ไม่มีรายการ

10 เทคนิคการออมเงิน แบบง่ายๆ  คนที่ไม่เคยมีเงินออมมาก่อน ก็ทำได้

10 เทคนิคการออมเงิน แบบง่ายๆ คนที่ไม่เคยมีเงินออมมาก่อน ก็ทำได้

13 มิถุนายน 2567


เมื่อก่อนนี้ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเงินเลย ได้เงินมาก็ใช้ไป แม่ให้เงินไปโรงเรียน ก็ใช้หมด ทำงานพิเศษวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ใช้หมด ไม่เคยเหลือเก็บ และไม่เคยรู้จักคำว่าออมเลย จนมาถึงวันที่โควิดระบาด พ่อตกงาน พี่ชายขาดรายได้ และตัวผมเองก็พึ่งเรียนจบ และนั่นเองก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมต้องรู้จักคำว่า “ออมเงิน”

 

ความหมายของการออมเงิน

สำหรับใครที่ไม่เคยออมเงิน หรือไม่รู้ว่าจะออมเงินไปทำไม เรามาทำความรู้จักการออมเงินกันก่อนการออมเงิน คือ การที่เราสะสมเงินจากรายได้ที่เราได้รับ และจัดสรรเป็นส่วนต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในอนาคตหรือตามที่เราได้กำหนดไว้ เช่น ออมเพื่อใช้ตอนเกษียณ , ออมเงินไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินต้องใช้เงิน หรือออมไว้เพื่อใช้ซื้อสิ่งของที่เราต้องการ

 

ทำไมต้องออมเงิน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เราต้องออมเงินก็มีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อ

ออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน

เพื่อเก็บไว้ใช้ในกรณีเจ็บป่วย หรือมีเหตุให้ต้องใช้เงินก้อนอย่างเร่งด่วน โดยควรแยกเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

ออมเพื่อวัยเกษียณ

เป็นการออมระยะยาว เพื่อใช้จ่ายเมื่อพ้นวัยทำงาน และมีเพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพ ทำกิจกรรมเพื่อความสุข และลดภาระของลูกหลาน

ออมเพื่อเติมฝัน

เป็นการออมระยะสั้นถึงปานกลาง 1-5 ปี เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อของที่อยากได้ หรือบริจาคเพื่อสังคม

ออมเพื่อการลงทุน

เป็นการออมระยะสั้นถึงปานกลาง 1-5 ปี เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อของที่อยากได้ หรือบริจาคเพื่อสังคม

เห็นข้อดีและความสำคัญเยอะขนาดนี้แล้ว เราลองมาเริ่มต้นออมเงินกันเถอะ วันนี้ผมก็มี 10 เทคนิคในการออมเงิน แบบง่ายๆ คนที่พึ่งเริ่มต้นออมเงินก็ทำได้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

 

10 เทคนิคการออมเงิน แบบง่ายๆ

 

1.ออมก่อนใช้

เริ่มต้นข้อแรก ด้วยข้อเบสิกพื้นฐานที่ทุกคนเริ่มต้นทำได้เลย ก็คือการออมก่อนใช้ ก่อนหน้านี้ผมเป็นจำพวกได้มาใช้เลยเหมือนกัน ก็เปลี่ยนใหม่เมื่อเงินเดือนเข้าก็ให้หักเงินบางส่วนเข้าบัญชีเงินออมก่อนเลย

ยกตัวอย่าง

บริษัทผมจะจ่ายเงินเดือนทุกวันที่ 28 ถ้าได้เงินเดือนเข้ามา 20,000 บาท ผมจะนำเงิน 4,000 บาท ออกไปไว้ในอีกบัญชีทันทีเพื่อเป็นออมให้กับตัวผมเอง

 

2.เริ่มต้นออมเท่าที่ไหว แต่จะดีมากๆ ถ้าได้ถึง 20% ของรายได้

ในช่วงเริ่มต้นออม เราไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองแบบสุดๆเพื่อออมเงิน เช่น ได้เงินเดือนมา 20,000 แต่หักออมไปเลย 10,000 บาท กลายเป็นว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุข สภาพจิตใจแย่ยิ่งกว่าตอนที่ไม่มีเงินเก็บ

สำหรับใครที่เป็นช่วงเริ่มต้น ให้ลองหักออมที่ 5% หรือ 10% ดูก่อน ว่ากระทบการใช้จ่ายในแต่ละวันของตัวเรามากน้อยแค่ไหน แล้วถ้ารู้สึกว่ายังไหว ก็ค่อยขยับออมมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าออมได้ถึง 20% ของรายได้เลย ยิ่งดี

 

3.ออมเงินเพิ่ม ตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

ทุกๆ ปีเงินเดือนผมจะเพิ่มขึ้น ผมก็จะออมเพิ่มขึ้น เช่น เงินเดือนขึ้น 500 บาท ก็จะเอา 500 บาทนั้นออม/ลงทุนหมด หรือเพิ่ม 1,000 บาท ก็จะเอา 1,000 บาทออม/ลงทุนหมด เนื่องจากไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินให้เพิ่มขึ้นตามฐานเงินเดือน เหตุผลหลักๆ ก็เพราะว่าอยากจะเลิกนิสัยเดิมๆ ที่เป็นคนใช้เงิน “สุรุ่ยสุร่าย” มือเติบตามฐานเงินเดือน

ยกตัวอย่าง

เมื่อปีที่ผ่านมาเงินเดือนผมเพิ่มมา 2,000 บาทถ้วน แต่ผมก็ใช้จ่ายเท่าเดิม ทำให้เหลือเงินออมเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท ผมจึงนำเงินนั้นไปออมในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น และกองทุนรวม

 

 

4.ออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ใครที่เป็นพนักงานประจำเหมือนผม น่าจะมีสวัสดิการบริษัทที่เรียกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะเป็นหักเงินเราไปและบริษัทก็จะสมทบเพิ่ม และนำเงินนั้นไปลงทุนต่อในกองทุนที่เราเลือก ซึ่งดีมากๆ เพราะนอกจากเงินจะมีโอกาสได้งอกเงยจากการลงทุนแล้ว ยังได้เงินเพิ่มฟรีๆจากบริษัทอีกด้วย

ยกตัวอย่าง

อย่างผมเอง ก็อัดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้เต็มที่ ที่ 15% เลย ก็จะโดนบริษัทหักเงินไป 15% ของรายได้ และบริษัทก็สมทบให้อีก 3% ซึ่งส่วนใหญ่เงินสมทบของบริษัทจะเพิ่มขึ้นตามอายุงานของเรา ถ้าอยู่เกิน 10 ปี ก็น่าจะได้สมทบ 10% เลย ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทนั้น

 

5.อย่าพึ่งสร้างหนี้เยอะเกินไป

หลายคนอาจจะสงสัยว่า มีหนี้เยอะ แล้วมันไปเกี่ยวกับเงินออมยังไง ซึ่งผมบอกเลยว่ามันเกี่ยว 100% ถ้าเรามีหนี้เยอะ เท่ากับว่ารายจ่ายต่อเดือนก็จะเยอะตาม อาจจะทำให้โอกาสที่จะเหลือเงินสำหรับการออมเนี่ยน้อยลงไป โดยเฉพาะกับเด็กจบใหม่ที่พึ่งเริ่มต้นทำงาน เงินเดือนยังไม่เยอะ ถ้าเป็นหนี้เพิ่มด้วย อย่าว่าแต่สร้างเงินออมเลย แค่มีเงินใช้ต่อเดือนยังยาก

 

6.ให้รางวัลตัวเองเท่าที่ควร

การให้รางวัลตัวเองหลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ เป็นสิ่งที่ดีและสร้างความสุขให้กับตัวเราเอง เพื่อที่จะมีกำลังใจในการลุยงานต่อไป ไม่ใช่ว่าเราจะเก็บเงินแสนแล้วต้องตัดเรื่องการให้รางวัลตัวเองออกไปเลย สามารถให้รางวัลตัวเองได้ แต่ให้เท่าที่ควร

ยกตัวอย่าง

จากที่เราจะไปเที่ยวปีละ 4 ครั้ง ก็อาจจะลดเหลือ 2 หรือ 1 ครั้ง หรือใครที่เป็นสายช็อป อาจจะต้องช็อปเสื้อผ้าเดือนละ 4 ตัว อาจจะต้องลดลงเหลือเดือนละ 2 ตัว เพื่อให้เรามีเงินเก็บต่อเดือนเพิ่มขึ้น

 

7.ลดชา กาแฟ บุหรี่แหละของมึนเมาให้ได้มากที่สุด

ผมเนี่ยโชคดีมากๆอีกแล้ว ที่ไม่ดื่มชา กาแฟ แถมไม่สูบบุหรี่และยุ่งกับของมึนเมาเลย ทำให้ผมมีเงินเก็บแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เสียเงินไปกับของแนวๆนี้เลย แต่ถ้าหลายคนยังติดอยู่ ไม่จำเป็นที่จะถึงขั้นเลิกไปเลย แต่อยากให้ลดให้ได้มากที่สุด

ยกตัวอย่าง

กาแฟก็อาจจะลดแบรนด์ลงมา ทานแบรนด์ที่ถูกลงมาหน่อย บุหรี่ก็ลดจำนวนการสูบลง เพราะของพวกนี้มันมีราคาแพงจริงๆ การลดของพวกนี้ได้ นอกจากจะมีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นแล้วยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วยนะ ได้ทั้ง 2 เรื่องเลย ทั้งเรื่องเงินและสุขภาพ

 

8.หาความรู้ด้านการลงทุนควบคู่ไปกับการออมเงิน

ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้เลยว่าการลงทุนนั้นมันมีดียังไง เหมือนเอาตัวเองไปเสี่ยง ไม่ต่างกับการพนันเลย จนพอเริ่มมีเงินเก็บได้ศึกษาเรื่องการลงทุนมากขึ้น จึงทำให้ผมรู้ว่าการลงทุนมันมีหลักการของมัน หุ้นจะขึ้นมันต้องมีพื้นฐานที่ดี

ในช่วงที่เริ่มต้นเก็บเงิน ก็อยากให้ศึกษาการลงทุนควบคู่ไปด้วย พอเรามีเก็บมากพอพร้อมกับมีความรู้เรื่องการลงทุนในระดับนึงแล้วเนี่ย เราอาจจะสามารถทำให้เงินออมของเรา งอกเงยเพิ่มมากขึ้นไปได้มากกว่าเดิม

 

9.ไม่ต้องตามเทรนด์เยอะ เอาเท่าที่เราต้องใช้งาน

หลายคนติดกับดักเทรนด์สินค้า เวลามีสินค้าหรือบริการอะไรออกใหม่ แล้วดูน่าสนใจ ดูแพง ดูรวย ของมันต้องมี สุดท้ายก็ซื้อไปทั้งที่เราอาจจะใช้งานมันได้ไม่เต็มที่ หรือเต็มประสิทธิภาพ เปลี่ยนใหม่ ให้เน้นเลือกซื้อสินค้าหรืออุปกรณ์เท่าที่เราจำเป็นต้องใช้ เช่น เราซื้ออุปกรณ์ชิ้นนึงมาที่มีความสามารถ 100% แต่เราใช้เพียง 50% มันก็ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไปนั่นเอง ซึ่งถ้าเราลดได้ เราจะมีเงินเหลือเก็บอีกเยอะเลยหล่ะ

ยกตัวอย่าง

ผมเองก็เป็นที่ติดใช้โทรศัพท์ iPhone เหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมทำก็คือ ผมจะพยายามเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 5 ปี เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่โอเคและไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป แถมเครื่องเก่าก็สามารถนำไปน้องหรือคนในครอบครัวใช้ต่อได้อีกด้วย รุ่นสู่รุ่นกันเลยทีเดียว

 

10.นำงานอดิเรกที่เราชอบ เปลี่ยนมาเป็นเงินออม

หลายคนก็น่าจะมีงานอดิเรกที่ตัวเองชอบทำใช่ไหมล่ะครับ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราถ้าสิ่งที่เราชอบเหล่านั้น สามารถนำมาเป็นเงินออมเพิ่มให้กับเราได้อีก

ยกตัวอย่าง

อย่างตัวผมเอง ก็เป็นคนนึงที่ชอบเล่นเกมออนไลน์มาก เล่นได้ทุกวัน เล่นมาตั้งแต่สมัยเรียนมาถึงตอนทำงานก็ยังเล่นอยู่ เลยทำเพจเกมสร้างรายได้เสริมเล็กๆ เพื่อมาเป็นเงินออมให้กับตัวเองได้ด้วย ทั้งสนุกทั้งได้เงิน

 

สรุป

ㅤㅤใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ได้ ต้องยอมรับว่าเก่งมากๆ เพราะเนื้อหาค่อนข้างเยอะและสำคัญเลย เพราะสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ โดยประสบการณ์จากตัวผมเอง สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นออม แต่ยังไม่รู้ว่าออมไปทำไม ก็ให้ออมเป็นเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆศึกษาเรื่องการเงินเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้ให้ตรงกับตามความต้องการจริงๆของเราเอง เทคนิคการออมเงินที่ผมว่ามา มันก็อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคน ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองดูนะครับ

ใครทำข้อไหนอยู่ และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น หรือใครที่มีเทคนิคออมเงินดีๆ ก็อย่าลืมมาบอกกันด้วยนะครับ

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ