ไม่มีรายการ

13 ไอเดียชาร์จตัวเองให้มีไฟ ในวัยย่างเข้าหลัก 4

30 กรกฎาคม 2564


เหลือเวลาอีกครึ่งปีอายุจะเข้าหลัก 4 พอดิบพอดี โห..ทำงานประจำจนอายุเข้า 40 แล้วเหรอเนี่ย!

จริงๆ แล้วมันเรื่องปกตินะที่เราทำงานประจำถึงอายุ 40 แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่เลือกเส้นทางในการเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่วัย 20-30 แต่ในทางกลับกันก็มีใครอีกหลายคนที่ล้มเหลวจากการลองผิดลองถูกในธุรกิจ แล้วกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งกับงานประจำ

คำถามคือ ตอนนี้เราอยู่ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ มั่งคั่งแค่ไหน เงินเก็บใกล้พอเกษียณหรือยัง สุขภาพเป็นอย่างไร ครอบครัวเป็นอย่างไร สังคมรอบข้างเป็นอย่างไร มีหลายมิติที่เราต้องทบทวน

ถ้าเรา ขยันถึง 50 ก็แปลว่าเหลืออีก 10 ปีจากนี้

ถ้าเรา ขยันถึง 55 ก็แปลว่าเหลืออีก 15 ปีจากนี้

ถ้าเรา ขยันถึง 60 ก็แปลว่าเหลืออีก 20 ปีจากนี้

 

ไม่รู้ใครเหลือเวลาเท่าไหร่ แต่ 40 ปีขึ้นไปนั้น ดิฉันมองว่าน่าจะเป็นช่วงอายุแห่งการสุกงอมทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ บางคนอาจสุกงอมจนพร้อมแก่แล้ว ขณะที่บางคนยังค้นหาตัวเองอยู่ก็มี

อย่างไรก็ตาม 40+ นี้เรากำลังนับถอยหลังสู่การเกษียณ และระหว่างทางเราจำเป็นต้องสุข ด้วยไม่ใช่รอสุขตอนเกษียณ วิธีการใช้ชีวิตให้มีความสุขมันก็มีหลายรูปแบบ และนี่เป็นเพียงแค่ 13 ไอเดียหรือแนวทางที่ดิฉันรวบรวมมา และคิดว่ามันน่าจะพอใช้ได้ ดิฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสดชื่น มีพลัง เราจะสามารถเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่นได้ด้วย เมื่อนั้นแหละ เราก็น่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่สุกปลั่งทั้งด้านการงาน การเงิน การใช้ชีวิตในสังคม

 

13 ไอเดียชาร์จตัวเองให้มีไฟ! ในวัยย่างเข้าหลัก 4

 

1. แยกแยะธุระ

แอดเลอร์ นักจิตวิทยาชื่อดังบอกไว้ว่า เราต้อง “หัดแยกแยะธุระ” วิธีการตัดสินว่า อันไหนธุระเรา อันไหนธุระคนอื่น ให้ดูจาก “ผลกระทบที่ได้รับ” หากผลกระทบมันเกี่ยวกับเรา นั่นแปลว่าเป็นธุระของเราด้วย

ดิฉัน เคยเดือดเนื้อร้อนใจเมื่อเห็นผู้อื่นทำนั่น ทำนี่ แล้วมีคำถามว่า ทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้ (ฟระ) และดิฉันทุกข์ใจมาก (ยังกับเป็นเรื่องของตัวเอง) ในตอนหลังดิฉันมาคิดว่า “เออ..นั่นมันธุระของเขา” เพราะเขาจะทำสิ่งนั้นหรือไม่ มันไม่เกี่ยวกับดิฉันเลย แต่มันเกี่ยวกับบุคคลผู้นั้นโดยตรง คิดได้เช่นนั้น ก็ “ปล่อยวาง” ชีวิตจึงเบาขึ้นเยอะ

2. นั่งสมาธิ

เรื่องง่ายๆ ในการพัฒนาตัวเองไม่ต้องลงทุนด้วยเงิน แต่หลายคนก็ทำได้ยาก (รวมถึงดิฉันเอง)ทั้งที่การนั่งสมาธิ เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งของ “คนรวย” เวลาอ่านหนังสือประวัติคนรวย หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา ดิฉันมักจะเจอเรื่อง “การนั่งสมาธิ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น หากเราเริ่มฝึกจากวันละ 5 นาที 10 นาที ค่อยๆ เพิ่มระดับไป ตรงนี้ก็น่าจะช่วยให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะในวัย 40+ ที่ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร “เพื่อนแท้” ในชีวิตก็น่าจะน้อยลงตามการคัดกรองของธรรมชาติ ช่วงวัยนี้แหละ ทำให้เรามีเวลา “หันหน้าเข้าหาตัวเอง” แบบจริงจังมากขึ้น และมันช่วยให้เรา “เห็นตัวเอง” มากขึ้นเรียกอีกอย่างว่า “เป็นการสะท้อนตัวตน” หรือ Diagnosis ตัวเองค่ะ

3. มองโลกด้วยความเป็นธรรมชาติ

“ช่างแม่ง” บ้างก็ได้ เราไม่สามารถไปควบคุมความคิดเห็นของผู้อื่นได้ เราไม่สามารถไปบอกให้เขา ชอบ รัก หรือศรัทธาเราได้ ไม่ว่าจะหัวหน้า หรือลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน บางทีเราเหนื่อยเพราะเรื่องของผู้อื่นซะมาก จนลืมใส่ใจ “สุขภาพจิตของตัวเอง”

ที่สำคัญ “เราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล” ดังนั้น มุมมองของผู้คนที่มีต่อเรา มันขึ้นอยู่กับว่า เขายืนอยู่ส่วนไหนของจักรวาล เขายืนอยู่ส่วนไหนของแผนที่ลูกโลก เหมือนกับที่เราคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เราจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ใครเป็นคนพูด” นั่นแหละ ใช่แล้ว!

4. Growth Mindset

อายุ 40 แค่ “Beginning” มันคือเฟสของการ “เริ่มต้นสุกงอม สู่การเป็นผู้ใหญ่” ไม่ใช่ “จุดจบของชีวิต” มันดีมากที่เรามีชีวิตอยู่จนได้สัมผัสกับ “เลข 4” เราจึงโชคดี ดังนั้น เราจะทำอะไรในอีก 1 ทศวรรษจากนี้ เราอยากเห็นตัวเราเป็นอย่างไร เราอยากหาอะไรที่ท้าทายทำบ้าง ยิ่งคิดจะพัฒนา ยิ่งคิดหาอะไรที่ชาเลนจ์ สมองยิ่งตื่นตัว

หลายคนประสบความสำเร็จหลังอายุ 40 แต่ดิฉันคิดว่า ความสำเร็จในชีวิตนั้นเกิดทุกย่างก้าว ขณะที่คุณได้ “ลงมือทำอะไรสักอย่าง” นั่นคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณนี่แหละ เหมือนกับที่ดิฉันกำลังนั่งเขียนบทความอยู่นี้ ก็ตั้งใจเขียน ถอดจิตวิญญาณเขียน เล่าจากความรู้และประสบการณ์ที่มี ดิฉันถือว่าสำเร็จแล้วในงานชิ้นนี้ แต่ดิฉันไม่ได้รอให้ชีวิตสำเร็จก่อนค่อยมาเขียน

เพราะสิ่งที่ทำอยู่นี่แหละ คือ การเดินทางของคนวัย 40 และดิฉันกำลังสนุกกับการเดินทาง ในปัจจุบันขณะ

5. ออกกำลังกาย

หนังสือ “ความลับของคนมั่งมี” ขายดีอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ประจำปี 2020 เล่าถึงชายชาวเกาหลีผู้เคยยากจนสุดขีด ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาเป็นคนชนชั้นกลางได้จากการ “เก็บออม” ทั้งชีวิต ซึ่งในวันที่เขาเกษียณเขามีเงินเหลือเฟือ มีบ้านหนึ่งหลัง มีประกันชีวิต รวมทั้งมีเงินมากพอจะท่องเที่ยวต่างประเทศได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ลูกๆ ของเขาก็มีอิสระทางการเงิน

วันหนึ่งหลังเกษียณมารู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนแบบกะทันหัน ไม่มีแสดงอาการมาก่อน เขาตกใจมากเพราะกว่าจะรู้เชื้อมันเข้าขั้นลุกลามแล้ว อยู่จะได้อีกไม่กี่เดือนเท่านั้น ก่อนเสียชีวิตเขาเรียกลูกสาวเข้าไปพบและสารภาพว่า

“พ่อเสียดายชีวิต...พลาดช่วงเวลาดีๆ ตั้งมากมายเพราะห่วงแต่เรื่องเก็บเงิน พ่อขอถอนคำพูดทุกอย่าง ที่เคยสอนเกี่ยวกับความมัธยัสถ์ ไปหาคำตอบที่พ่อหามาทั้งชีวิตแต่ไม่เคยเจอนะลูก”

ลูกสาวซึ่งตอนนั้นเธออายุ 40 พอดี จึงตั้งคำถามกับชีวิตว่า “เราจะร่ำรวยขึ้นได้อย่างไร” โดยที่ไม่ต้องสังเวยปัจจุบันให้กับอนาคต และเธอหาคำตอบนั้นเจอแล้ว คำตอบนั้นอยู่ในหนังสือเล่มที่ว่านี้แหละค่ะ “ความลับของคนมั่งมี”

“การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” ดิฉันเชื่อในประโยคนี้ และอยากขอเชิญชวนผู้อ่านทุกคนออกกำลังกาย ขอแค่วันละนิดละหน่อยก็ยังดี และตรวจสุขภาพทุกปี เราจะได้มีป้องกันโรคภัยที่คืบคลานมาแบบที่เราไม่รู้ตัว เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตทุกๆ วันให้เป็นวันพิเศษ จะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียดายเหมือนกับที่ชายเกาหลีคนนี้เจอ

6.ให้เวลากับคนรอบข้างตามกฎ 80/20

การวิจัยด้านสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับ "ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 8 ประเภท" ตอนหนึ่งในหนังสือ The Power Of output ของจิตแพทย์ชิออน คาบาซาวะ โดยประเภทสายสัมพันธ์เข้มแข็งที่สุด "เพื่อนแท้" และ "คนที่เราปรึกษาด้วยได้" และ “คนที่คอยปลอมประโลมเรา”

จิตแพทย์ท่านนี้ บอกว่าเราควรจะใช้เวลาอันมีค่าของเรา ดูแลเทคแคร์ พบปะกับคนที่มีสายสัมพันธ์เข้มแข็งกับเราเพียงไม่กี่คน น่าจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า มากกว่าการที่เราใช้ทั้งเวลาและใช้ชีวิตของเรา ในการสร้างสัมพันธ์กับผู้คนจำนวนมากเกินไป

เขียนมาถึงตรงนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงกฎ 80/20 ถ้านำมาปรับใช้กับการใช้เวลาให้กับสังคมรอบข้าง เราอาจใช้เวลาที่มีให้กลุ่มคน 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่า..มันทำให้เกิดผลลัพธ์ในชีวิตถึง 80%

7. เพิ่ม Productivity

“เราต้องทำงาน 40 แบบเวิร์คสมาร์ต ไม่ใช่ 40 แบบเวิร์คฮาร์ด”

ยิ่งเราอายุมากขึ้น ยิ่งต้องรู้จักใช้เครื่องมือผ่อนแรงในการทำงาน วัย 40+ ทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามาคือทักษะในการบริหารจัดการ หลายคนอาจถนัดตรงนี้ แต่ดิฉันเชื่อว่า หลายคนกำลังฝึกฝนอยู่ เพราะวัยระดับนี้หากเป็นงานประจำก็คงมีทีมที่ต้องดูแล เว้นเสียแต่เป็นงานที่ต้องการลงลึกไปเลยเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้นๆ

การทำงานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ใช้เวลาน้อยลง ลดบางอย่างที่ไม่จำเป็นหากผลลัพธ์มันไม่คุ้มกับแรงที่ลงไป ดิฉันได้ลองพยายามหาเครื่องมือหลายอย่างที่มีอยู่แล้วในโลกออนไลน์มาช่วยในการทำงานแถมมันยังฟรีอีกด้วย (จากเดิมที่ไม่เคยคิดจะนำมาใช้) พอลองใช้แล้ว หลายอย่างทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น และได้ประสิทธิภาพดีขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรทั้งคนและเวลาจากการเลือกใช้ “เครื่องมือที่เหมาะสม” กับงาน

8. ศึกษาเรื่องการลงทุน

“ยิ่งออมช้า ยิ่งเสียเปรียบคนออมเร็ว” อ่านแล้วเจ็บปวดนิดๆ แต่ถ้าเราไม่โลกสวยจนเกินไป มันก็จริง ในเมื่อเราเริ่มเก็บเงินช้าเริ่มตั้งต้นช้ากว่า เราก็ต้องออกแรงมากกว่า ในการศึกษาหาความรู้เพื่อต่อยอดให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่พึงพอใจ

แต่ถ้าไม่เริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนเลย แบบนี้คือพลาดโอกาสมากๆ ดิฉันเคยอ่านเจอสถิติที่บอกว่า คนไทยส่วนใหญ่เริ่มต้นใส่ใจวางแผนการเงินตอนอายุ 40 นั่นแสดงว่า พวกเราคือคนส่วนใหญ่ ดังนั้น คุณมีเพื่อน

เริ่มเลยจากการ “เอ๊กซเรย์” สุขภาพการเงินของตัวเอง ว่าอยู่ขั้นไหน ค่อยๆ ใช้สติในการจัดการ แม้วันนี้เรายังไม่เข้าขั้น “รวย” ในทางตัวเลข แต่ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าเราจะ “รวย” ไม่ได้ ขอให้เริ่มศึกษาการลงทุนนับตั้งแต่วันนี้ เงินฝาก หุ้น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวม หรือแม้กระทั่งคริปโทเคอร์เรนซี แล้วชีวิตการลงทุนของเราจะมีสีสัน

วันแห่งความมั่งคั่งอยู่ไม่ไกล ขอให้เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ อย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งที่คนวัยนี้ได้เปรียบคือ กำลังเงินในการออม และกำลังเงินในการลงทุนค่ะ

9.ตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่

ผู้หญิงวัย 40 หลายคนโสดนะ (รวมถึงดิฉันด้วย) การแต่งงานในช่วงวัยนี้และไปมีลูกหลัง 40 อาจยากขึ้น เพื่อนดิฉันหลายคนเพิ่งแต่งงานในวัยใกล้ๆ 40 อยากมีลูกแต่ยังไม่สมปรารถนา ดัง นั้นเราอาจต้องตัดสินใจหรือไม่ว่าจะตั้งใจโสดไปเลยมั๊ย หรือคิดว่าไอ้ที่โสดอยู่นี้เราไม่ได้ตั้งใจ
แต่สำหรับดิฉันแล้วรู้สึกสบายใจดีเหมือนกันนะ เพราะมันทำให้เราตัดสินใจอะไรได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของละคน

งานวิจัยที่ชื่อ "Gold Miss" or "Earthy Mom"? Evidence from Thailand (Liao and Paweenawat, 2019a) พบปรากฏการณ์ “Gold Miss” ในไทย คือผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไปและจบปริญญาตรีขึ้นไปมีแนวโน้ม “โสด”มากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาของผู้หญิงที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้มีการเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้นและไม่มีลูกเลย

ดังนั้น สาวโสดวัย 40+ ทั้งหลาย คุณมีเพื่อน (อย่างน้อยก็ดิฉัน 1 คน)

("Gold Miss" เป็นปรากฏการณ์ที่พบในกลุ่มผู้หญิงที่มีการศึกษาสูง มีสถานภาพทางสังคมที่สูงโดยผู้หญิงกลุ่มนี้ไม่เพียงแค่จะชะลอการแต่งงานแต่กลับเลือกที่จะไม่แต่งงานและคงสถานภาพการอยู่เป็นโสดอีกด้วย : https://bit.ly/3AP3xry)

10. ทำเรื่องไร้สาระบ้างก็ได้

เราไม่ใช่หุ่นยนต์แต่เราคือมนุษย์ รัก โลภ โกรธ หลง บ้า บอ คอแตกได้ ใช่ค่ะ! เราคือมนุษย์และเป็นวัยผู้ใหญ่ แต่บางมุมเล็กๆ ของชีวิตมันก็ต้องมีบ้างใช่ไหมคะ ทำเรื่องบ้าบอ เพื่อชีวิตจะได้มีสีสัน ไม่เคร่งขรึมจนเกินไป หาทำอะไรๆ ที่ไร้สาระบ้างก็ได้ เพราะเอาจริงๆ นะ บนความไร้สาระนั้น มันมีประโยชน์ซ่อนอยู่

ดิฉันเคยร้องเล่นเต้นก๊ากๆ ใน TikTok (ดิฉันทำบ่อยๆ ในวัยจะ 40 นี่แหละ) มันคือ วิธีระบายความเครียด ใส่มันลงไปกับท่าเต้น กับเสียงเพลงนั่นแหละ ทำไปทำมากลายเป็นชำนาญในการใช้เครื่องมือต่างๆ มันก็นำมาสู่การเปิดช่อง TikTok ขององค์กร และเราก็เอาประสบการณ์บ้าๆ นั่นแหละ มาใช้กับงาน (ได้อีกเฉย)

แล้วเพื่อนๆ ในวัยใกล้ 40+ อย่างพวกเรามีอะไรลองทำสนุกๆ กันบ้างแล้ว? ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีมุมเล็กๆ น่ารักๆ แน่นอน ที่แบบว่าใครเห็นแล้วต้อง เฮ้ย! มีมุมนี้ด้วยเหรอ อยู่ที่คุณเคยเปิดมันออกมาหรือเปล่า (เปิดออกมาบ้าง ก็ดีนะคะ สีสันๆ^^)

1️1. คิดให้ดีก่อนสร้างหนี้ก้อนใหญ่

เหลือเวลาครึ่งชีวิต หนักไปหรือไม่ถ้าจะสร้างหนี้ก้อนใหม่เพิ่ม โดยเฉพาะหนี้ก้อนโตๆ รถคันที่สอง บ้านหลังที่สอง แต่ใครหลายคนก็อาจจะเพิ่งตัดสินใจเป็นหนี้ก้อนโตก้อนแรกในช่วงวัยนี้ ก็เป็นได้ ด้วยเหตุผลส่วนตัวในชีวิต บวกกับหน้าที่การงานที่แตกต่างกันออกไป และความทะเยอทะยานที่ต่างกัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่า เราย่อมวิเคราะห์และตัดสินใจได้อยู่แล้วล่ะ ไม่บังอาจไปสอนใคร

แต่สำหรับดิฉันก้อนใหญ่สุดก็คงหนี้บ้าน ที่ยังพอเป็นแรงบันดาลใจให้ทำงาน สำหรับวัย 40 อย่างดิฉันนี้ ขณะที่ใครหลายคนก็อาจปลดมันออกไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คำว่าหนี้เข้ามาในชีวิตเมื่อไหร่ “ต้องตั้งสติกันให้ดี อย่าให้เกินตัว” และอย่าเผลอจนทำให้การใช้ชีวิตในวัย 40 ของเรา เป็นการใช้ชีวิตเพื่อ (อวด) คนอื่น เป็นการซื้อของเพื่อ (อวด) คนอื่น แต่จงใช้ชีวิตเพื่อเราเอง “หา Way ของเราให้เจอ” ดอกเบี้ยเงินกู้...มันวิ่งเร็วพอๆ กับเข็มนาฬิกา

เว้นแต่เป็นหนี้เพื่อการลงทุนในกิจการต่างๆ อันนั้นก็สร้างความตื่นเต้น และความท้าทายให้ชีวิตกันต่อไป สู้สู้ค่ะ

1️2. ช่วยเหลือส่วนรวม

“ยิ่งให้ ก็ยิ่งได้” คำนี้มันสวยนะ แต่จะสวยกว่าถ้าเราทำมันได้จริงๆ วัย 40 อย่างเรา หากมีอะไรที่หยิบยื่นให้กับสังคมได้ ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โลกใบนี้จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น คำว่าให้ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่ “เงิน” เราอาจจะให้กำลังกาย หรือกำลังใจก็ได้ ขอเพียงเราได้ให้ จริงๆ โดยที่ไม่คาดหวังผลตอบแทน คือดิฉันคิดว่า มันจะกลับคืนมาแน่ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแต่ให้มันมาเองโดยธรรมชาติ

ถ้ามองใกล้กว่านั้นก็ในองค์กร การช่วยเหลือกันข้ามแผนก หรือการเป็นห่วงเป็นใยเสมือน ครอบครัวเดียวกันมันมีค่ามากกว่าที่เราจะบอกว่า เธอช่วยฉันอันนี้ ฉันจ่ายเธอเท่านี้ รวมถึงการดูแลใส่ใจถามไถ่เวลาลูกน้อง เพื่อนร่วมงานเจ็บไข้ได้ป่วย มันทำให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น

1️3 สร้าง ตัวตายตัวแทน / สร้างตัวเองแนวดิ่ง

ข้อสุดท้ายแล้ว เย่! วัย 40+ ถ้าใครชัดเจนว่าจะโตแนวดิ่ง (เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานั้นๆ) ก็จงดิ่งไปให้สุด ด้วยตัวของเราเอง ตำแหน่งหรือลูกน้องอาจไม่ได้สลักสำคัญอะไร (หากเงินเดือนมากพอ 55++) แต่หากใครจะโตแนวกว้าง แน่นอนว่าทักษะการบริหารจัดการทีมนี่สำคัญ อย่าลืมว่าต้องสร้าง ตัวตายตัวแทน หรือผู้ที่แววดีจะมาแทนเราได้อนาคตด้วยนะคะ

เราจะได้ 40 สดใสแบบมีสไตล์ ไม่ใช่ทำงานเป็นบ้าหอบฟาง ดิฉันเองนี่ยังสับสนอยู่เลยว่า ตกลงฉันอยากจะโตแนวไหนกันแน่ ไปๆ มาๆ หนีไม่พ้นหรอกเรื่องการบริหารทีม เพราะหากคิดจะทำการใหญ่ มันทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีม ต้องมีตัวตายตัวแทนด้วย เมื่อมีโอกาสได้บริหารทีมก็คงจะต้องมองหา เพราะจุดที่ดิฉันอยู่ในปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าเคยชินกับการทำงานแนวดิ่งมาหลายปีพอสมควรค่ะ แต่เร็วๆ นี้ ดิฉันก็จะมีคนในทีมให้ต้องดูแล ดังนั้น คงจะต้องขยับขยายการเติบโตไปแนวขวางเหมือนกันค่ะ

ไม่ปฏิเสธเลยว่าเรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมดนี้ "สปอตไลต์" อาจจะส่องมาที่ตัวดิฉันบ้าง เพราะชีวิตของดิฉัน (หรือของเพื่อนๆ) มันก็คือหนัง 1 เรื่อง ตัวเอกของเรื่องมันย่อมเป็นเรา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า "ดิฉัน" คือตัวแทนของประชากรอายุ 40 แต่อย่างใด หากเรามองโลกเหมือนกับ "ลูกโลกจำลอง" ดิฉันก็เพียงแต่ยืนอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งของโลกใบนี้เท่านั้น แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก

จะหวังก็เพียงว่า...ความรู้และประสบการณ์จากหนังเรื่องนี้ จะเป็นพลังใจเล็กๆ ให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะมุ่งเข้าสู่หลัก 4 เติบโตไปด้วยกันค่ะ

คุณมีเพื่อนวัย 40+ (ที่ยังโสด และมีไฟ อีกคนหนึ่งนะ)

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ