ไม่มีรายการ

สรุป 5 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance)

26 มิถุนายน 2563


ใครที่ผ่อนบ้านผ่อนคอนโดฯ อยู่ในช่วง 3 ปีแรก เราจะได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าปกติ เรียกว่าช่วง "จัดโปร" แต่หลังจากช่วงหมดโปรนี่สิ จาก "ดอกเบี้ยบ้าน" มันจะกลายเป็น "ดอกเบี้ยบาน" แน่ๆ

ทำไมเป็น "ดอกเบี้ยบาน" ก็เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ดอกเบี้ยบ้านมักจะเป็นแบบ "ลอยตัว"

นั่นคือ อิงกับดอกเบี้ย MRR อย่างที่เราเคยเห็นในเอกสารเงินกู้ เช่น MRR-2 เป็นต้น ซึ่งค่า MRR มันไม่นิ่ง แล้วแต่สภาพตลาดและสภาพเศรษฐกิจค่ะ (แต่ละธนาคารจะอัปเดตโดยการติดประกาศที่สาขาและที่หน้าเว็บไซต์)

เรื่องนี้สำคัญมากมือใหม่อยาก รีไฟแนนซ์ (Refinance) บางท่านอาจจะยังไม่รู้ หรือรู้ แต่ก็ยังไม่ได้สนใจมากนัก อาจเพราะว่าขี้เกียจจัดการ ก็เลยผ่อนไปเรื่อยๆ ละกัน กำลังวังชาก็ยังพอไหว ขี้เกียจเตรียมเอกสาร ขี้เกียจจะวุ่นวาย ไหนจะต้องศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจว่าสรุปแล้วฉันจะ รีไฟแนนซ์ (Refinance) เจ้าไหนดี โอ๊ยย ขั้นตอนเยอะ!

อย่าเพิ่งขี้เกียจหรือมองข้ามมันไปเสียก่อนเลย วันนี้จะสรุป 5 ขั้นตอนที่เราควรรู้ก่อนจะรีไฟแนนซ์ (Refinance) ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง พอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ในเบื้องต้นค่ะ

1️. ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเงินกู้เดิม

อันดับแรก ให้ลองกลับไปเปิดสัญญาเงินกู้ดูว่าเงื่อนไขที่เขียนไว้นั้น ธนาคารเขาเปิดทางให้เราสามารถไถ่ถอนได้ปีที่เท่าไหร่ ปกติแล้วมักจะต้องรอให้ครบ 3 ปีก่อน

แต่หากเราไถ่ถอนก่อน 3 ปีมันจะมีค่าปรับตามมา ซึ่งภาษาที่เขียนว่า "ไถ่ถอน" ก็หมายถึงการรีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือไปกู้จากเจ้าหนี้รายใหม่มาปิดยอดหนี้กับเจ้าหนี้รายเก่าได้เมื่อไหร่นั่นเองค่ะ

ทีนี้เมื่อเราทราบแล้วว่าเราสามารถรีไฟแนนซ์ (Refinance) ได้เมื่อไหร่ เราก็จะได้มองหาเจ้าหนี้รายใหม่ ที่ให้ดอกถูกๆ และจะได้จัดเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เพื่อใช้ในการรีไฟแนนซ์ อย่างน้อยเราก็สามารถที่จะเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสัก 1-2 เดือน แทนที่จะรอให้จนครบ 3 ปีเป๊ะ! ค่อยมาคิดหาทำ

 

2️. สำรวจโปรในตลาด

เมื่อตั้งใจจะรีไฟแนนซ์แล้ (Refinance) ก็ต้องเริ่มมองหาว่า จะรีไฟแนนซ์ (Refinance) กับธนาคารไหนดี ซึ่งเดี๋ยวนี้แต่ละธนาคารมีการจัดโปรโมชั่นออกมาแข่งขันกันดุเดือด อันจะเป็นประโยชน์กับเราในฐานะผู้บริโภค และจะบอกว่าช่วงนี้ ปีนี้หรือปีหน้า ดูแล้วก็ยังไม่เห็นว่า จะมีเหตุผลใดที่จะมาสนับสนุนให้ดอกเบี้ยควรเป็นขาขึ้น (ศก.เราไม่ค่อยดีจากผลกระทบโควิด-19)

ดังนั้น ปีนี้เวิร์คมาก ใครมีความพร้อมที่จะซื้อบ้านใหม่ หรือใครจะรีไฟแนนซ์ก็ตาม เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าอดีตมั่ก ๆๆๆ

แต่นอกเหนือจากดอกเบี้ยในช่วงโปร 3 ปีแรกของที่ใหม่ที่ธนาคาร "ภูมิใจนำเสนอ" เราก็อย่าลืมสอบถามถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาด้วยนะคะว่า ทั้งหมดเท่าไหร่ที่เราต้องจ่าย ถามจากเจ้าหน้าที่ให้เคลียร์ จดไว้แล้วนำมาเปรียบเทียบกันสัก 2-3 ธนาคาร บางธนาคารอาจยกเว้น ค่าดำเนินการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจำนอง เป็นต้น ซึ่งเงื่อนไขแต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน

เดี๋ยวนี้พนักงานธนาคารอธิบายดีขึ้นเยอะ เขาถูกฝึกมาดี อิๆ (ไม่งั้นเขาจะตกงาน บอทจะมาทำแทน) จากนั้นเราก็ค่อยไปตัดสินใจเลือกธนาคารที่ให้เงื่อนไขเวิร์คที่สุด (ที่สำคัญคือดอกต้องต่ำลง และผ่อนต่อเดือนน้อยลง แบบนี้ฟิน! เพราะนั่นหมายถึงเราจะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นนะ)

 

3. เตรียมความพร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น

- ค่าธรรมเนียม ประเมินราคาหลักทรัพย์ ราวๆ 2,000 - 3,000 บาท

- ค่าดำเนินการสินเชื่อตามสัญญาใหม่

- ค่าธรรมเนียมในการจำนอง 1% ของวงเงินกู้

- ค่าทำประกันอัคคีภัย

- ค่าธรรมเนียม อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้


*ปล. ค่าใช้จ่ายต่างๆ นี้ โดยส่วนใหญ่ธนาคารมักจะยกเว้นให้ เพื่อดึงดูดให้เรารีไฟแนนซ์ (Refinance) กับเขาค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องสอบถามจากพนักงานธนาคารให้ชัดเจนนะคะ ว่าตกลงค่าใช้จ่ายอันไหนยกเว้นหรือไม่ยกเว้นบ้าง

 

4️. จัดเตรียมเอกสาร

การรีไฟแนนซ์ (Refinance) ก็เหมือนกับการเริ่มต้นกู้ใหม่ เพียงแต่เราเปลี่ยนเจ้าหนี้ไปเป็นธนาคารแห่งใหม่ ดังนั้น เอกสารประกอบการขอสินเชื่อจึงจำเป็นต้องใช้ ซึ่งทางธนาคารจะแจ้งรายละเอียดไว้อยู่แล้ว

หลักๆ ก็พวกเอกสารส่วนตัวที่ต้องเตรียมก่อนยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน เช่น

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

- สำเนาทะเบียนบ้าน

- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

- เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาบัญชีธนาคารที่เงินเดือนเข้าย้อนหลัง 3 เดือน

- เอกสารหลักประกัน เช่น สเตทเมนต์สรุปยอดหนี้เงินกู้ (ของธนาคารแห่งเก่า) และสำเนาหนังสือสัญญาเงินกู้เดิม เป็นต้น

 

5️. ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน

เมื่อทำมาครบทุกข้อจะรออะไร เราก็ถือเอกสารไปยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ (Refinance) กับธนาคารแห่งใหม่ ที่เราจะไปเป็นลูกหนี้รายย่อยชั้นดีได้เลย จากนั้น ก็รอฟังผลการอนุมัติ ช้า-เร็ว ขึ้นอยู่กับระบบการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร

หลังอนุมัติแล้ว ก็จะเป็นการนัดวันทำสัญญาไถ่ถอนระหว่างธนาคารเก่าเจ้าหนี้เรา กับธนาคารใหม่ที่จะมาเป็นเจ้าหนี้แทน ซึ่งตรงนี้ก็จะไปจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่สำนักงานที่ดิน

สรุป อาจจะดูเหมือนยุ่งยาก แต่ทำแล้วชีวิตเราจะเบาขึ้นแน่นอน เพราะนี่คือทางออกที่จะช่วยให้ปลดหนี้บ้านเร็วขึ้น เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่เราควรพิจารณค่ะ

 

สำหรับใครอยากประหยัดเวลาหาโปรโมชันดอกเบี้ย อ.เจียว แห่งล่ำซำ เคยเขียน รีวิวแอป Lumpsum บอกขั้นตอนไว้ที่บทความนี้ค่ะ "ซื้อบ้านอย่างไร ให้ได้บ้านเร็วขึ้น เป็น 10 ปี"

///////////////////////

ค้นหาโปรโมชั่น "รีไฟแนนซ์บ้าน" 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ