หากเปรียบคน 2 คน คนแรกเป็นคนในพื้นที่ คุ้นเคยกับพื้นที่นั้น ๆ ดีอยู่แล้ว เวลาเดินทางเขาแทบไม่ได้วางแผนอะไรเลย เพราะด้วยความคุ้นเคย รู้จักถนนหนทางเป็นอย่างดี
กับอีกคนเป็นคนต่างถิ่น หากจะเดินทางไปในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือยังไม่เคยไป ถ้าเขาวางแผนการเดินทางก่อนเดินทางจริง ๆ ก็ย่อมง่ายกว่าที่จะด้นสด ไปตายเอาดาบหน้า กับโลกก็เงินก็เช่นกัน ยิ่งไม่มี ยิ่งต้องวางแผนการเงิน
เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียง 6 ขั้นตอน ตามหลักพีระมิดการเงิน
ขั้นตอนที่ 1 รู้จักตัวเองจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นจุดเริ่มต้นการวางแผนการเงินที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้เราเห็นว่ามีรายรับจากกี่ช่องทาง เป็นเงินเท่าไหร่ ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ทั้งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงสิ่งที่มองว่าฟุ่มเฟือย
จริง ๆ แล้วการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่ม แต่จะช่วยลดรายจ่าย จากการ ลด ละ เลิก อบายมุข และสิ่งฟุ่มเฟือย เพราะการจดจะทำให้เราเห็นยอดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ จนเกิดความเสียดาย หรือคิดได้ว่า ถ้าเราไม่จ่ายหรือลดมันลง เราก็ยังอยู่ได้ ไม่ตายนั่นเองครับ
ขั้นตอนที่ 2 วางแผนจัดการหนี้ไม่ให้เกินตัว
เรื่องหนี้เป็นอีกเรื่องสำคัญ เราต้องวางแผนจัดการหนี้ไม่ให้เกิดตัว โดยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้
1. อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ = (หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม) x 100
แสดงถึงระดับหนี้สิน เกณฑ์มาตรฐาน น้อยกว่า 50%
2. อัตราส่วนการชำระคืนหนี้สิน = (รายจ่ายชำระหนี้สิน / รายรับรวม) x 100
วัดความสามารถในการจ่ายหนี้คืนเทียบกับรายได้รับ เกณฑ์มาตรฐาน น้อยกว่า 35%-45%
3. อัตราส่วนการชำระคืนหนี้สินที่ไม่ใช่การจดจำนอง = (รายจ่ายชำระหนี้สินที่ไม่รวมการจดจำนอง / รายรับรวม) x 100
วัดพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัว เกณฑ์มาตรฐาน น้อยกว่า 15%-20%
ขั้นตอนที่ 3 เงินสำรองฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เงินสำรองฉุกเฉิน” เงินก้อนนี้ถือเป็นพื้นฐานด้านการเงินเลยก็ว่าได้ครับ เพราะในชีวิตของเรา มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยที่เราไม่มีวันรู้ล่วงหน้า เช่น ถูกให้ออกจากงานกะทันหัน เจ็บป่วยหนัก เป็นต้น
“เงินสำรองฉุกเฉิน” ก้อนนี้จึงสำคัญมาก ๆ
ปกติจะคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินจากค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นหลัก โดยเกณฑ์การคำนวณจะแบ่งออกเป็น 2 แนวคิด คือ สำหรับมนุษย์เงินเดือน และสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์
สำหรับมนุษย์เงินเดือน มีรายได้ต่อเดือนที่แน่นอน ทำให้ได้เปรียบในการจัดสรรและจัดการรายได้ที่มีเข้ามา ตามทฤษฎีจึงแนะนำให้สำรองเงินฉุกเฉินไว้ที่ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
ส่วนคนทำงานฟรีแลนซ์ มักจะมีรายได้ที่ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน บางเดือนก็อาจมีงานเยอะ งานล้น ทำงาน รับทรัพย์กันไม่ทันก็มี หรือบางเดือนอาจเงียบหน่อย รายได้จึงขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น อาจจะต้องสำรองเงินฉุกเฉินไว้มากกว่ามนุษย์เงินเดือนถึงประมาณ 1 เท่าตัวเลยทีเดียว นั่นก็คือ 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
บทเรียนจากวิกฤติ COVID-19 อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ เช่น 12-24 เดือน แต่ก็ไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เสียโอกาสในการลงทุน
ขั้นตอนที่ 4 ส่งต่อความเสี่ยงด้วยการทำประกัน
เราสามารถส่งต่อหรือปิดความเสี่ยงด้วยการทำประกันหลัก ๆ 2 ด้าน ดังนี้
1. ด้านชีวิต เช่น ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้าย เป็นต้น
2. ด้านทรัพย์สิน เป็น ประกันภัยต่าง ๆ อัคคีภัย อุบัติเหตุ เป็นต้น
เราต้องสำรวจตัวเองครับว่ามีความเสี่ยงด้านไหนมากที่สุด แล้วส่งต่อหรือปิดความเสี่ยงเหล่านั้นด้วยการทำประกัน
“ประกัน” หลาย ๆ อย่าง มีไวอุ่นใจ ไม่ต้องเคลม (เช่น ประกันโรคร้าย)
ขั้นตอนที่ 5 วางแผนเกษียณเพื่อชีวิตปั้นปลายที่มีความสุข
วันที่โรยราไปตามกาลเวลา แรงทำงานน้อยลง ปัญหาสุขภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ที่เราควรวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มก่อนได้เปรียบจริง ๆ นะครับ
ขั้นตอนที่ 6 วางแผนลงทุน “เงินต่อเงิน”
ให้เงินทำงานแต่ละบาทกว่าจะหามาได้ไม่ใช่ง่าย ๆ ใช่มั้ยครับ เหงื่อไม่ออกไม่ได้เงินหรอก มันเป็นสัจธรรม เพราะฉะนั้นได้เงินมาแล้ว นอกจากแบ่งกิน แบ่งใช้ แบ่งเก็บแล้ว ต้องรู้จักแบ่งบางส่วนไปลงทุน “เงินต่อเงิน” ให้เงินทำงาน แต่ต้องลงทุนในสิ่งที่รู้และเข้าใจ ไม่โลภเกินตัว จนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพนะครับ
เริ่มต้นวางแผนวันนี้เพื่อสุขภาพการเงินที่ดี คลิกที่นี่ หรือ line: @lumpsumofficial
