ดอกเบี้ยบ้านที่เพิ่มขึ้นในปีที่ 4 เป็นต้นไป ทำให้หลายคนเริ่มมองหาทางออกด้วยการรีไฟแนนซ์ แต่ก่อนจะก้าวไปสู่ดอกเบี้ยที่ถูกลง สิ่งหนึ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดคือ ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะหากไม่รู้รายการเหล่านี้ให้ชัดเจน อาจเผลอจ่ายมากกว่าที่ควร หรือรีไฟแนนซ์แล้วไม่คุ้มอย่างที่คิด บทความนี้จะพาคุณไปดู 7 ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน ที่ต้องรู้ พร้อมแนวทางลดค่าใช้จ่าย และคำแนะนำเพื่อให้รีไฟแนนซ์อย่างคุ้มค่าที่สุด
⠀
โดยค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน 1 ครั้ง จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
⠀
1.ค่าปรับกรณีไถ่ถอนจากธนาคารเดิมก่อนกำหนด
ปกติตอนซื้อบ้านครั้งแรกธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขในการทำสัญญาห้ามไถ่ถอนหลักประกันก่อนกำหนด โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 3-5 ปี และหากรีบอยาก "รีไฟแนนซ์" ต้องเสียค่าปรับ ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ เช่น ยอดหนี้คงเหลือ 3,000,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 90,000 บาท (คิดที่ 3%) เป็นต้น
⠀
ดังนั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าหากจะทำก่อนหมดสัญญา ดอกเบี้ยธนาคารใหม่ที่ลดลง คุ้มค่ากับค่าปรับที่เสียไปหรือไม่
⠀
2.ค่าประเมินหลักประกัน
ปกติอยู่ที่ 0.25-2% ของราคาสินทรัพย์ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) โดยเท่าที่เจอมาจากประสบการณ์ ปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 3,000 บาท +++ ดังนั้นหากธนาคารใหม่ที่จะไปรีไฟแนนซ์ไม่คิดค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็จะถือว่าแจ่มมาก ^^
⠀
3.ค่าจดจำนอง
อยู่ที่ 1% ของวงเงินกู้ใหม่ เช่น รีไฟแนนซ์แล้วได้ยอดกู้ใหม่ 3,000,000 บาท จะเสียค่าจดจำนอง 30,000 บาท
⠀
4.ค่าอากรแสตมป์
อยู่ที่ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ เช่น รีไฟแนนซ์แล้วได้ยอดกู้ใหม่ 3,000,000 บาท จะเสียค่าอากรแสตมป์ที่ 15,000 บาท
⠀
5.ค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อ
จะอยู่ที่ราว 0-3% ของวงเงินกู้ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) ดังนั้นควรหาที่คิดค่าธรรมเนียมนี้ให้ต่ำที่สุด
⠀
6.ค่าประกัน
ซึ่งรวมถึง ประกันอัคคีภัย และ MRTA แม้จะเป็นการทำด้วยความสมัครใจ แต่ก็ควรทำ เพราะเป็นการประกันความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าบ้านและโปรแกรมที่ผู้กู้เลือกซื้อ
⠀
7.ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ซึ่งบางธนาคารมีบางธนาคารไม่มี และอัตราที่เรียกเก็บก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร ดังนั้นหาที่ไม่มีก็จะดีนะ
⠀
วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน
ปัจจุบันแต่ละธนาคารพยายามออกโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มารีไฟแนนซ์กับทางธนาคาร เราจึงสามารถหาส่วนลดได้ จากการดูโปรของธนาคารต่างๆ บางธนาคารมีฟรีค่าประเมินและฟรีค่าจดจำนอง ซึ่งจะทำให้เราประหยัดเงินไปได้หลายบาทเลย
⠀
สรุป
การรีไฟแนนซ์บ้านจะคุ้มหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เรื่องของดอกเบี้ยต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับ ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ค่าปรับจากธนาคารเดิม ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
หากค่าปรับที่ต้องจ่ายสูงกว่าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ การรีไฟแนนซ์อาจไม่คุ้มค่าในภาพรวม แต่ถ้าธนาคารใหม่มีโปรโมชันฟรีค่าใช้จ่ายหลายรายการ ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ควรรีบพิจารณา ทั้งนี้ อย่าพึ่งรีบตัดสินใจรีไฟแนนซ์เพียงเพราะเห็นดอกเบี้ยต่ำ แต่ควรคำนวณ “ต้นทุนรวมทั้งหมด” เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้จะช่วยให้คุณประหยัดได้จริงในระยะยาว

สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line