อย่าเก็บเงินทิ้งไว้เฉย ๆ เอาไปใส่กองทุนรวมกันเถอะ

4 กรกฎาคม 2562

 

เก็บเงินวันนี้ 100 บาท ถ้าเก็บเอาไว้เฉย ๆ ผ่านไป 1 ปี จะเหลือ 98 บาท

 

อ้าว! หายไปไหน 2 บาท

 

หลายคนอาจจะเถียงว่า แบงก์ร้อยเก็บวันนี้ ครบหนึ่งปีเอากลับมาดูก็เป็นแบงก์ร้อยใบเดิม ทำไมถึงบอกว่าเหลือ 98 บาทละ?

 

คำตอบก็ถือ “เงินเฟ้อ”

 

เคยสังเกตุกันรึเปล่า ว่าข้าวราดแกงวันนี้กับ 1 ปีที่แล้ว ราคาต่างกัน

 

1 ปี อาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจน ลองขัยบไป 10 ปี จะเห็นชัดเจนว่าข้าวราดแกงราคาแพงขึ้น

 

ตอนนี้อาจจะจานละ 40 บาท แต่เมื่อ 10 ปีก่อน จานละ 20 บาท

 

สิ่งนี้เป็นผลของเงินเฟ้อที่สะสมมาทุกปี

 

เงินเฟ้อจะทำให้ราคาสิ่งของทุกอย่างแพงขึ้น หากพูกอีกนัยนึง เงินเฟ้อทำให้กำลังซื้อลดลง

 

กล่าวคือ เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง

 

ยกตัวอย่างเงินเก็บ 100 บาท ผ่านไป 1 ปี ที่บอกว่าเหลือ 98 บาท นั่นแหละ คือกำลังซื้อที่ลดลง

 

ดังนั้น เงินเก็บ อย่าเก็บไว้เฉย ๆ เพราะมันจะด้อยค่า ถูกเงินเฟ้อกัดกิน

 

ควรนำไปลงทุนเพิ่ม เพื่อให้งอกเงย อย่างน้อยต้องได้เท่ากับเงินเฟ้อ ว่ากันที่ตัวเลขกลม ๆ ก็ประมาณ 2% ต่อปี

 

หลายคนเก็บเงินในบัญชีเงินฝากออกมทรัพย์ ที่ดอกเบี้ยไม่ถึง 1% ต่อปี แล้วมันจะชนะเงินเฟ้อได้อย่างไร (ฝากออมทรัพย์ก็เป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่ความเสี่ยงต่ำเท่านั้นเอง)

 

เราควรจะนำเงินเก็บไปลงทุนอย่างไรได้บ้าง? ที่อย่างน้อยสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ และความเสี่ยงไม่สูงมาก เงินต้นไม่หาย

 

เพราะกว่าจะเก็บเงินแต่ละบาทให้ได้ตามเป้าหมายใหญ่ อย่างที่เคยเขียนไว้ในบทความก่อน  "อยากรวยต้องเก็บเงินเป็น"   มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


“กองทุนรวม” เป็นหนึ่งในคำตอบที่ดีสำหรับคำถามนี้

 

ข้อมูล NAV ย้อนหลัง 1 ปี ของกองทุนรวมบัวหลวงธนทวี

 

รูปข้างต้นเป็นข้อมูล NAV ย้อนหลัง 1 ปี ของกองทุนรวมบัวหลวงธนทวี ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ (ยกมาเป็นตัวอย่าง ไม่ได้ชี้นำแต่อย่างใด)

 

ภายใน 1 ปี จาก 27 มิ.ย. 2561 ถึง 26 มิ.ย. 2562 ให้ผลตอบแทน 1.10% มากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ แต่ยังน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ

 

สำหรับคนที่ลงทุนในกองทุนรวมอยู่แล้ว จะรู้กันดีว่านี่คือกองทุนที่เอาไว้พักเงินชั่วคราว ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่าเช่นกัน

 

โจทย์ของเราคือ ต้องการชนะเงินเฟ้อ แล้วต้องลงทุนกองทุนรวมแบบไหนดี?

 

คำตอบหนีไม่พ้น กองทุนรวมตราสารทุน หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่าย คือ กองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในตลาดหุ้น มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากกว่า 50%

 

หากแบ่งกองทุนออกเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ สามารถแบ่งได้เป็นกองทุนรวมแบบ Conservative Fund ที่พยายามทำผลงาน (ผลตอบแทน) ล้อไปกับตลาด

 

และแบบ Aggressive Fund ที่พยายามเอาชนะตลาด ให้ผลตอบแทนมากกว่าตลาด

 

ตลาดในที่นี้คือตลาดหุ้น ซึ่งมักจะเปรียบเทียบกับ SET50 หรือ SET100 ที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่

 

เมื่อรวบรวมข้อมูลผลตอบแทนกลับพบว่า กองทุนรวมแบบ Aggressive Fund แพ้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกองทุนรวมแบบ Conservative Fund กลับให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

ตารางกองทุนรวมตราสารทุนที่มีผลตอบแทน 1 ปี ดีที่สุด 20 อันดับแรก

ที่มา : http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI

 

จากรูปเป็นตารางกองทุนรวมตราสารทุนที่มีผลตอบแทน 1 ปี ดีที่สุด 20 อันดับแรก

 

ชื่อกองทุนที่ลงท้ายด้วย 50 เช่น SCBSET50 K-SET50 T-SET50 KT-SET50-A เป็นต้น ให้ผลตอบแทน 1 ปี สูงกว่า 8%

 ที่มา : http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI

 

ส่วนรูปนี้ จะเห็นว่าชื่อกองทุนที่ลงท้ายด้วย 50 เช่น SCBSET50 K-SET50 T-SET50 KT-SET50-A เป็นต้น ให้ผลตอบแทน 1 ปี สูงกว่า 8%

 


 ที่มา : http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI

 

เมื่อเทียบกันกับทุนรวมตราสารทุนกองอื่น ๆ ที่ปัจจุบันอายุถึง 1 ปี มีอยู่ราว 270 กองทุน นับว่า Conservative Fund ชนะไปได้ถึง 4 ใน 5 ของทั้งหมด แถมอันดับท้าย ๆ ติดลบด้วยตัวเลข 2 หลักด้วยซ้ำ

 

ตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลเมื่อเดือน ก.ย. 2561 และถ้าไปดูข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือย มิ.ย. 2562 ที่ตลาดหุ้นไทยกำลังปรับตัวขึ้น Conservative Fund ยิ่งโดดเด่นมากกว่าเดิม ดังรูปข้างล่างนี้

 

ข้อมูลเมื่อเดือน ก.ย. 2561 และถ้าไปดูข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือย มิ.ย. 2562 ที่ตลาดหุ้นไทยกำลังปรับตัวขึ้น Conservative Fund ยิ่งโดดเด่นมากกว่าเดิม

 ที่มา : http://siamchart.com/fund-compare/EQ_THAI

 

เห็นได้ชัดเจนว่า Conservative Fund กลับชนะ Aggressive Fund ไปถึง 4 ใน 5 !!!

 

ดังนั้น เมื่อมีเงินเก็บ อย่าเก็บไว้เฉย ๆ ให้เงินเฟ้อกัดกิน ควรนำไปลงทุนต่อ ซึ่งกองทุนรวมตราสารทุนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ที่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ เพียงแต่ต้องเลือกกองทุนให้ดี ในระดับที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้

 

และถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร LUMPSUM ช่วยคุณได้

--------------------------------
ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่
iOS
Android