ไม่มีรายการ

โนสน โนแคร์! ทางแก้พฤติกรรมออมเงินยาก?

31 ตุลาคม 2562


 

“อย่าได้แคร์เลยเพื่อน อยากซื้ออะไรซื้อ อยากกินอะไรกิน ก็นี่มันเงินของเรา เกิดมาชาติเดียว ชีวิตนี้ใช้ซะ"...ถามใจตัวดูอีกครั้งหนึ่งว่าลึกๆ แล้ว..เรากำลังแคร์คนอื่นอยู่หรือเปล่า!?


เราแคร์ "สายตา" คนอื่นจนแทบจะไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเองอยู่หรือไม่? ร้านอาหารหรูๆ รองเท้า กระเป๋าที่ใช้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ นาฬิกาที่ใช่ แบรนด์นี้เลยเหมาะกับฉัน เป็นเพราะเราอยากให้คนอื่น “ยอมรับ” ในตัวตนของเราใช่ไหม?


ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้ มันถูกต้องหรือมันใช่สำหรับทุกคน แต่เท่าที่สังเกตจากมนุษย์เงินเดือนธรรมดาสามัญรอบตัวหลายคน ก็มีเงินเก็บขึ้นมาได้เป็นกอบเป็นกำ และสังเกตเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่คนเหล่านั้นมีเหมือนกันคือ


การใช้ชีวิตในแบบฉบับที่  "เป็นตัวของตัวเอง"

 

การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ยอมรับในตัวตนของเรา ว่าเราคือใคร ทำอาชีพอะไร รายได้เราแค่ไหน มันเพียงพอใช้จ่ายอะไรได้บ้างอย่างสมฐานะ ขอย้ำว่า "สมแก่ฐานะ"


ไลฟ์สไตล์ที่สมฐานะ กับ ไลฟ์สไตล์ที่เกินฐานะ "เรา" เท่านั้นแหละที่เป็นคนให้คำตอบกับตัวเราได้


บ่อยครั้งเราอาจหลงให้ "คนอื่น" มาบอกเราว่า เฮ้ย! อย่างเราต้องกระเป๋ารุ่นนี้สิ ต้องเสื้อผ้าแบรนด์นี้สิ ต้องโทรศัพท์แบรนด์นี้สิ ต้องนาฬิกาแบรนด์นี้ รุ่นนี้ ฯลฯ คำถามคือ..มันใช่เราไหม?


ทั้งที่กระเป๋าแพงๆ ก็ใช่ว่าจะใส่ของได้ถนัดใช้กับอาชีพตัว รถเก๋งคันโก้ ที๋ซื้อมาแล้วจอดทิ้งไว้ที่คอนโดฯ เพราะยังขัดๆ เขินๆ เงินเติมน้ำมัน แถมงวดรถก็จ่อมาอีกในไม่กี่วัน


อาจจะลองคิดตามเล่นๆ ดูนะคะว่า "เราไม่ใช่ดารา" ดังนั้น ไม่ต้องไปกังวล "เรตติ้ง" ใครจะชอบ ใครจะชัง ก็ไม่มีผลกับการมีงานหรือไม่มีงาน การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามแบบฉบับ "ของเราเอง" นี่โคตรดีเลย


การใช้ชีวิตใน "ร่างที่สอง" บนโลกออนไลน์


การใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์มากๆ เข้าอาจจะทำให้เราเกิดอาการเครียดและเก็บกดโดยไม่รู้ตัว อย่าลืมว่าในโลกโซเชียลมีเดีย ใครจะจัดสรรปั้นสีอย่างไรก็ได้ หลายคนแทบจะใช้ชีวิตเสมือนจริงเข้าไปทุกวันจนติดกับดัก “สิ่งสมมุติ” กังวลแต่ภาพลักษณ์ในร่างที่สอง

เราคงเคยเห็นข่าวคนฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ ความเครียดอาจมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง แต่หลายกรณีที่เราเคยอ่านข่าวกันมา หรือแม้กระทั่งที่ผู้เขียนได้พบเจอกันคนใกล้ตัว ก็หนีไม่พ้นเรื่องเงิน


เพราะเงิน ช่วยให้เราสร้างภาพลักษณ์ดังที่คนอื่นอยากเห็น หรือที่คนอื่นบอกว่าควรเป็นและมองว่าน่าชื่นชม และเราคงต้องหาเงินมาตอบสนองความอยากนี้ร่ำไป ตราบใดที่เรายัง "ไม่เป็นตัวของตัวเอง"


ออมเงินเก่ง ต้องโฟกัสตัวเอง -- เริ่มต้นแบบอัตโนมัติ

 

ถ้าคุณออมเงินเก่งอยู่แล้ว อาจจะไม่อ่านมาถึงตอนนี้ หรือไม่ก็แค่อยากอ่าน ว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมจากที่ฉันทำอยู่แล้วบ้างเผื่อจะได้ ออมเงิน เก็บเงินเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ถ้าอยากเริ่มต้นจริงๆ คุณก็ทำได้ไม่ยาก


นอกจากการมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง การหาที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ช่วยทางการเงิน มาเป็นเพื่อนคู่คิดก็จะยิ่งดี และง่ายที่สุดคือ ออมเงินก่อนใช้ มันพูดง่ายแต่อาจจะทำยาก แต่ถ้าไม่ทำเลยก็จะยิ่งโคตรยาก หากไปเริ่มต้นตอนอายุมาก ค่าเสียโอกาสก็ยิ่งมาก


ลองหากองทุนดีๆ สักกองทุนก็ได้ แล้วให้ธนาคารตัดเงินอัตโนมัติไป หรือไม่ก็หุ้นปันผลดีๆ สักตัว อย่าบอกว่าเก็บแบงก์ยี่สิบ แบงก์ห้าสิบ เพราะนั่นบางทีจะเบิกจะถอนตอนไหนก็ได้ เพราะมันอยู่บนหัวเตียงนอนของคุณ แต่ถ้าเป็นธนาคารตัดบัญชีไปแล้วก็ตัดไปเลย


เริ่ม ออมเงินได้ ก็ชนะใจตัวเองแล้ว--เตรียมตัวสบายในวัยเกษียณ


ผู้หญิงนั่งเมาท์มอยกันตามประสาว่า นี่พี่เค้าไม่มีรถเก๋งเหรอ ทำงานมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมยังขับรถมอเตอร์ไซด์อยู่เลย


จะบอกว่าผู้ชายคนนั้นเขาไม่แคร์หรอก..เพราะคนที่ถามคงไม่รู้ว่าชายคนนี้มีเงินเก็บในบัญชีเท่าไหร่!


ทำไมงกจัง จะประหยัดไปถึงไหน ทำไมกินกาแฟถุง กินข้าวแกงเดิมๆ ซ้ำๆ จะชวนไปปาร์ตี้เลิกงานก็ไม่สน ช่างเป็นชายที่ไม่สปอร์ตเอาเสียเลย…


เค้าไม่แคร์หรอก เพราะเค้าคำนวณแล้วว่าหากใช้เงินวันละเท่านี้บาท จะทำให้เค้าเก็บได้เดือนละตั้งเท่านี้บาท และปีละตั้งเท่านี้บาท และอย่ามัวแต่นั่งวิเคราะห์ พี่ผู้ชายเขาอยู่เลย


สมัยนี้ ผู้ชายก็อยากหาผู้หญิงรวยเหมือนกัน โฟกัสที่ฐานะการเงินของเราเริ่มต้นการ ออมเงิน พิจารณารายรับ รายจ่ายของเราว่าเป็นอย่างไร เงินเก็บตอนนี้งอกเงยมาขนาดไหนแล้ว


สถิติที่น่าสนใจจาก โกแบร์ (GoBear) บอกว่าคนในวัย 36-45 ปี มีจำนวนถึง 26% ที่ยังไม่เริ่มวางแผนเกษียณ ทั้งที่ในความเป็นจริงการวางแผนดังกล่าวสามารถทำได้ตั้งแต่วัย 20 ปีขึ้นไป


ดังนั้น หากใครเริ่มตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปก็จะต้องมีรูปแบบการ ออมเงิน ที่แตกต่างไปจากคนที่เริ่มตอนอายุ 20 ปี และคงจะต้องออมเงินมากกว่า เพราะระยะเวลาที่ยังมีแรงทำงาน ก่อนที่จะเกษียณมีน้อยกว่า


สรุป เมื่อเรารู้จักใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เลิกสนใจกับสายตาของคนอื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์ว่า ฉันจะสื่อสารออกไปอย่างไร เราจึงไม่จำเป็นต้องไปสรรหาสิ่งสมมุติมาปั้นแต่ง อย่างน้อยเราก็ลดการใช้จ่ายเงินในส่วนที่เราไม่ควรจ่าย แล้วเอาส่วนนั้นมาเริ่มต้น ออมเงิน เพื่ออนาคต


นี่สิถึงจะเรียกว่า โนสน-โนแคร์ ของจริง!

 

ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่
iOS
Android

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ