ไม่มีรายการ

กู้เงินใช้เกินจำเป็น จะลำเค็ญระยะยาว

28 พฤษภาคม 2564


กู้เงินใช้เกินจำเป็น จะลำเค็ญระยะยาว

ทุกคนคงทราบข่าวที่รัฐบาลเตรียมกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด-19 ที่เว็บไซต์ราชกิจจาฯ ได้ประกาศเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เมื่อ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา

 

เท่ากับว่าตั้งแต่โรคนี้ระบาดในประเทศเมื่อต้นปี 63  "รัฐบาลจะกู้เงินรวมถึง 1.5 ล้านล้านบาท"  เพราะเมื่อ เม.ย.63 ได้ ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท


ซึ่งก้อนนั้นได้เบิกใช้ไปราว 80% แล้ว โดยวงเงินที่เหลือไม่น่าเพียงพอ จึงต้องกู้เพิ่ม..


นักเศรษฐศาสตร์หลายรายค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นการกู้เงินเกินความจำเป็น! 

โดยเฉพาะหากกู้มาแล้วนำไปใช้ผิดที่ผิดทาง จะตกเป็นภาระของประเทศและประชาชน

ซึ่งการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้ "หนี้สาธารณะ" เพิ่มเป็น 58.56% ของ GDP
เกือบแตะเพดานที่กำหนดไว้คือไม่เกิน 60% ของ GDP


เอาล่ะนั้นคือภาพใหญ่ของประเทศ ผมจะไม่ลงลึกไปกว่านั้น เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหา...(หึหึ)
ซึ่งหวังว่ารัฐบาลคงมีการจัดการที่ดีในหนี้ที่ก่อขึ้น


แต่...ที่ยกเรื่องนี้มา ซึ่งเป็นภาพรวมของประเทศ มันสะท้อนภาพเล็กระดับสามัญชนคนไทยนทั่วไปได้ในเรื่องเดียวกัน

 

คือ...การกู้เงินมาใช้เกินจำเป็น มักส่งผลทางลบในระยะยาว ไม่ต้องไปไกลที่ไหนเลย ตัวผมเองนี่แหล่ะ (เมื่อก่อน) กู้มาใช้เติมสภาพคล่อง สนองความจำเป็นบ้างไม่จำเป็นบ้าง

ทางไหนจะกู้เงินมาใช้ได้ ผมเอาหมด ไม่ว่าจะเป็น... หนี้บ้าน, หนี้รถ, บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด ยันสินเชื่อบุคคล

สุดท้ายแบกภาระหนี้และดอกเบี้ยไว้บานเบอะ เมื่อจ่ายไม่ไหว ถึงทางตัน ก็ต้องหยุดจ่าย หนีหนี้


ผลกระทบที่ตามมาคือ

1.เสียเครดิต

ถ้าหนี้ในระบบ ข้อมูลการผิดชำระหนี้จะปรากฏในเครดิตบูโร ซึ่งจะทำให้คุณไม่สามารถทำธุรกรรมสินเชื่อใด ๆ ได้ (ใครจะให้กู้อีก) จนกว่าจะชำระหนี้หมด + ไปอีก 36 เดือน ประวัติถึงจะหายไป

กรณีผม แม้ล่าสุดจะเคลียร์หนี้หมดแล้ว แต่ก็ต้องรออย่างน้อยอีก 3 ปี ถึงจะขอสินเชื่อได้อีกครั้ง
หากวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นมาก ต้องใช้สินเชื่อ ก็ "อด" !!!


2.เสียทรัพย์

ถ้าเป็นหนี้ แล้วไม่มีปัญญาจ่ายคืนเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะในระบบนอกระบบ สุดท้ายเขาจะบุกมาหาคุณแน่นอน ดีหน่อยหากเป็นในระบบ อาจจะมีหมายยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือน ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

แต่หากเป็นหนี้นอกระบบ ชายชุดดำบุกหาคุณแน่! อาจจะไม่ได้มาเอาแค่ทรัพย์สมบัติคุณเท่านั้น (ถ้ามี) หนำซ้ำยังจะโดนข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายเข้าไปอีก


3.เสียจิต

เวลาคุณเป็นหนี้ แล้วหาทางออกไม่ได้ ความสุขจะหายไป ความเครียดจะเข้ามาแทน เพราะต้องคอยหลบซ่อนเจ้าหนี้ ต้องกังวลว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้คืนเขา แม้จะทำมาหาได้ ก็ต้องคิดวนในหัวว่า จะใช้กินหรือใช้หนี้ดี เป็นภาระทางจิดใจ ซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตไม่ราบรื่น  บางคนถึงขั้นคิดสั้น หรือเป็นบ้าไปเลยก็มี

ปัญหาทางจิตที่สำคัญกว่าทางกายเยอะ เพราะถ้าหลุดแล้วมันควบคุมยาก


4.เสียหน้า

แน่นอนว่า เป็นหนี้เขา ยังไงก็โดนทวง ทวงกับเราโดยตรงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าทวงต่อหน้าคนอื่น
ทวงฝากคนรู้จักมา ส่งหมายทวงหนี้ไปที่ทำงาน คนที่รับรู้เรื่องราวนี้ก็จะมองเราในอีกแบบไป
กลายเป็นนักสร้างหนี้ แต่ไม่มีปัญญาใช้คืนเขา มันลามไปถึงความน่าเชื่อถือในเรื่องอื่น ๆ ด้วย
เศร้าจังเนอะ


5.เสียเงินใช้หนี้

เชื่อแมะ หลังจากที่คุณเสียไปทุกอย่างแล้ว สุดท้ายคุณก็ต้องเสียเงินใช้หนี้เขาอยู่ดี
แถมดอกเบี้ยอีกเป็นกระบุง เพราะยังไง เป็นหนี้ก็ต้องใช้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ระหว่างที่เบี้ยวมา มันเป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้น อย่างผม 6-7 ปี ที่หยุดจ่าย สุดท้ายก็ต้องใช้คืนเขา
แม้หนี้ในระบบจะมีอายุความ 10 ปี แต่คุณจะไม่สามารถทนการทวงหนี้ได้ตลอดหรอก
เพราะเขาทวงกันเก่งมากกกกกกกกกกกก

 

นี่คือข้อเสียของการกู้เงินมาใช้โดยจำเป็น ซึ่งมาจากประสบการณ์ตรงของผมเลย
ขนาดมูลหนี้รวมไม่มากมายนักแค่หลักหลายแสน ลองคิดดูคนที่เป็นหนี้หนักระดับเกินล้านจะเป็นอย่างไร


ดังนั้นผมจะบอกเสมอว่า "ไม่จำเป็น" อย่า "สร้างหนี้" แต่เชื่อไหมว่า ไม่ค่อยมีใครเชื่อเท่าไหร่นัก
ยิ่งช่วงนี้ที่ทุกคนลำบากจากโควิด สิ่งที่ส่วนใหญ่คิดคือมีทางไหนให้กู้บ้าง หวังว่าหากอะไรดีขึ้นจะมีเงินมาใช้คืน ซึ่งเป็นตรรกะที่ผิดมากกกกกกกกกก


เพราะคุณยังไม่รู้เลยว่าจะมีรายได้จากอะไรบ้าง อย่างน้อย 3-6-12 เดือนข้างหน้า
แต่ดันอยากสร้างหนี้มารอไว้แล้ว รายได้ไม่แน่นอน แต่หากสร้างหนี้
มันคือรายจ่ายแน่นอน เด้ออออออ..  คิดให้ดีอย่างละเอียดรอบคอบกันอีกครั้งนะ

ผมว่าการแก้ปัญหาช่วงนี้คือต้องคิดว่าจะหารายได้เพิ่มจากไหน?

มีความสามารถหรือมีกำลังพอที่จะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้มีรายรับ?

การกู้เงินมาใช้ช่วงที่ขัดสน อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่จำเป็นเลยยยย

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ