การ "รีไฟแนนซ์บ้าน" เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดที่ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ แม้จะครบกำหนดสัญญาสามารถดำเนินการได้แล้วก็ตาม
"รีไฟแนนซ์บ้าน" ต้องประเมินปัจจัยแวดล้อมให้รอบด้าน ก่อนดำเนินการ จะทำให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลมากกว่า
สิ่งที่ต้องรู้ก่อน "รีไฟแนนซ์บ้าน" มีดังนี้
1.รู้ข้อดี
ประโยชน์ที่แท้จริงของการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" มีอะไรบ้างต้องรู้ เช่น "อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ที่ถูกกว่า" ทำให้เราผ่อนชำระได้ดอกเบี้ยถูกลงกว่าเดิม, อาจได้วงเงินกู้มากขึ้นกว่ายอดคงค้างเดิม, ลดภาระหนี้ ทำให้จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนลดลง และ อาจจะได้เงินส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นได้มากขึ้น สามารถนำไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้ เป็นต้น
2.รู้ข้อเสีย
เหรียญมี 2 ด้านเสมอ เมื่อมีข้อดี ก็ต้องมีข้อยุ่งยากบ้างแหละ (เดี๋ยวชีวิตจะสบายเกิน ฮ่า ๆ) การ "รีไฟแนนซ์บ้าน" มักทำให้ระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น, เสียค่าจัดรีไฟแนนซ์ใหม่ เสียค่าใช้จ่ายจิปาถะในการดำเนินการ เสียเวลา และอาจต้องเสียค่าปรับหากมีการไถ่ถอนก่อนกำหนด รวมถึงมีความยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เช่น เอกสารเกี่ยวกับรายได้ของผู้กู้ หากปัจจุบันผู้กู้ตกงาน ไม่มีรายได้ ไม่สามารถหาเอกสารที่ยืนยันรายได้ของตนเอง อาจทำให้ไม่สามารถทำการรีไฟแนนซ์ได้ เป็นต้น
3.รู้ค่าใช้จ่าย
อันนี้สำคัญมาก เพราะถือเป็นต้นทุนของเรา ค่าใช้จ่ายในการ"รีไฟแนนซ์บ้าน" ที่จำเป็นต้องรู้ ประกอบด้วย...
3.1.หากขอ “รีไฟแนนซ์” ก่อนกำหนดสัญญากับธนาคารเดิม (ปกติ 3 ปี) จะมีค่าปรับประมาณ 0-3% ของวงเงินกู้ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) ซึ่งหากโดนสัก 3% จะถือว่ามากโขอยู่นะ ดังนั้นหากไม่จำเป็นก็ไม่ควร “รีไฟแนนซ์บ้าน” ก่อนครบกำหนดสัญญา
3.2.ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์สิน ปกติอยู่ที่ 0.25-2% ของราคาสินทรัพย์ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) โดยเท่าที่เจอมาจากประสบการณ์ ปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 3,000 บาท +++ ดังนั้นหากธนาคารใหม่ที่จะไปรีไฟแนนซ์ไม่คิดค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็จะถือว่าแจ่มมาก ^^
3.3.ค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อ จะอยู่ที่ราว 0-3% ของวงเงินกู้ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) ดังนั้นควรหาที่คิดค่าธรรมเนียมนี้ให้ต่ำที่สุด
3.4.ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ อันนี้จะคิดเท่ากันเกือบทุกธนาคาร แต่บางธนาคารใหม่ที่เราไปไฟแนนซ์อาจจะมีโปรโมชั่นฟรี ดังนั้นเลือกให้ดี
3.5.ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ คิดเท่ากันทุกธนาคารเช่นกัน แต่บางธนาคารใหม่ที่เราไปไฟแนนซ์อาจจะมีโปรโมชั่นฟรี หรือ จ่ายคนละครึ่ง ซึ่งต้องเลือกสายฟรี หรือ จ่ายน้อยไว้ก่อน
3.6.ค่าประกัน ซึ่งรวมถึง ประกันอัคคีภัย และ MRTA แม้จะเป็นการทำด้วยความสมัครใจ แต่ก็ควรทำ เพราะเป็นการประกันความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าบ้านและโปรแกรมที่ผู้กู้เลือกซื้อ
3.7.ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งบางธนาคารมีบางธนาคารไม่มี และอัตราที่เรียกเก็บก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร ดังนั้นหาที่ไม่มีก็จะดีนะ
4.รู้จักเปรียบเทียบ : ก่อนทำการ "รีไฟแนนซ์บ้าน"
ต้องเปรียบเทียบข้อเสนอของสินเชื่อประเภทนี้จากทุกธนาคารให้ครบ เพื่อหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะทำให้เป็นการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ลอง Google ดูได้เลยว่า "เปรียบเทียบสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน" ข้อมูลจะปรากฏมาเพียบเลย
ซึ่ง Lumpsum ก็มีบริการดังกล่าว แถมเป็นข้อมูลที่อัปเดตบ่อยครั้งด้วย เพื่อให้ท่านไม่พลาดข้อเสนอใหม่ คลิกเลย
เห็นไหมว่าการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" ไม่หมูเลย ต้องศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดให้ครบถ้วนเสมอก่อนดำเนินการ หาไม่แล้วอาจจะไม่คุ้มค่าก็ได้นะ

แจกฟรี! ไฟล์ตารางผ่อนบ้าน ใช้วางแผนผ่อนบ้านให้หมดไวๆกัน >> ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่
แอดไลน์เพื่อสอบถามเพิ่มเติม หรือเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และคอนเทนต์ดีๆจากเราได้ที่นี่ >> ID: @lumpsumofficial หรือลิงก์นี้ คลิก
หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^