ไม่มีรายการ

"รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้" แต่ทำไมยังไม่รวย

"รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้" แต่ทำไมยังไม่รวย

24 มิถุนายน 2563


"หาเยอะก็แล้ว แบ่งเก็บแบ่งใช้ก็แล้ว ทำไมมันไม่รวยซักที"

หลายคนกำลังเป็นแบบนี้กันอยู่ใช่มั้ยครับ

 

คำว่า “รวย” ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน

มาดูตัวอย่างเคสของกรองแก้วกันครับ

 

กรองแก้วตั้งเป้าเก็บเงินล้านแรก เก็บมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงไหนเลย

มาดูกันว่ากรองแก้วเก็บเงินอย่างไร

 

“ได้เงินมาก็แบ่งเก็บเรื่อย ๆ มากบ้างน้อยบ้างตามแต่กำลังที่หาได้ เดือนละ 3-4 พันบาทบ้าง เดือนไหนหาได้เยอะหน่อยก็เก็บเป็นหมื่น เก็บมา 4-5 ปีแล้ว แต่ก็เพิ่งได้ไม่กี่แสนเอง” เสียงบ่นของกรองแก้ว

 

ที่จริงแล้วกรองแก้วนับว่าเป็นคนขยันคนหนึ่ง งานสุจริตที่ได้เงินทำหมด ไม่เคยหมิ่นเงินน้อย ได้มาก็แบ่งเก็บออมก่อน ที่เหลือก็ใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่สุ่รุ่ยสุร่าย

รายได้ - เงินออม = ค่าใช้จ่าย (เก็บออมก่อน แล้วค่อยใช้)

รายได้ - ค่าใช้จ่าย = เงินออม (ได้เงินมาแล้วใช้ไปก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ คนส่วนใหญ่มักจะไม่เหลือเก็บ ที่แย่ไปกว่านั้นคือใช้จนติดลบด้วยซ้ำ)

 

สิ่งที่กรองแก้วทำก็นับว่าดีอยู่แล้ว แล้วทำไมกรองแก้วยังไม่รวย หรือไม่บรรลุเป้าหมายเงินล้านแรกซักที?

 

กรองแก้วเปิดบัญชีออมทรัพย์แยกไว้ต่างหาก เงินที่จะแบ่งออม พอได้มาก็โอนเก็บเข้าบัญชีนี้เลย

นี่คือสาเหตุที่ทำให้กรองแก้วไม่บรรลุเป้าหมาย หรือไม่รวยอย่างที่หวังซักที เพราะเงินฝากออมทรัพย์ให้ดอกเบี้ยต่ำมาก ไม่ถึง 1% ต่อปี และยิ่งหากนำเงินเฟ้อ 3-4% ต่อมี มาคิดด้วยแล้ว เงินที่ออมในบัญชีออมทรัพย์ ผลตอบแทนจะกลายเป็นติดลบด้วยซ้ำ เพราะถูกเงินเฟ้อกัดกินให้มูลค่ามันลดลง (เงินเฟ้อคือเงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง เพราะของมีราคาแพงขึ้น)

 

ผลตอบแทนที่แท้จริง = ผลตอบแทนที่เป็นตัวเลข - อัตราเงินเฟ้อ

 

สมมติ ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 0.5% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อ 3% ต่อปี หากเราฝากออมทรัพย์ เท่ากับว่าจะได้ผลตอบแทนที่แท้จริง -2.5% กล่าวคือ ผลตอบแทนที่ได้วิ่งตามไม่ทันราคาสินค้าที่แพงขึ้นนั่นเอง

 

กรองแก้วเก่งหาเงิน เก่งเก็บเงิน และเก่งใช้เงิน ทุกอย่างดีหมดแล้ว แต่กรองแก้วต้องเก่งต่อยอดเงินเก็บด้วยมันถึงจะรวย

 

เศรษฐีหลายคนเป็นตัวอย่างที่ดีของการต่อยอดเงินที่หามาได้ ก่อนจะเป็นเศรษฐี เขาเหล่านั้นล้วนเก่งและขยันจนประสบความสำเร็จ และในวันที่สำเร็จเขาก็ยังรู้จักต่อยอดเงินที่หามาได้ ให้เงินทำงาน กลายเป็น “เงินต่อเงิน” ก็จะยิ่งมั่งคั่งและมั่นคงยิ่งขึ้น

 

ฉะนั้น กรองแก้วต้องรู้จักต่อยอดเงินออม แบ่งบางส่วนไปลงทุน ให้เงินทำงานกลายเป็นเงินต่อเงิน

 

“ไม่เอาอะ กลัวขาดทุน” เสียงตอบของกรองแก้ว

เชื่อว่าหลายคนเป็นแบบกรองแก้ว กลัวขาดทุน จนไม่กล้าลงทุน

 

เงินฝากออมทรัพย์ที่จริงก็เป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่ว่าความเสี่ยงต่ำมาก เมื่อความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็ต่ำไปด้วย ตามหลัก High Risk High Return

 

พีระมิดการลงทุน

 

 

พีระมิดการลงทุนสะท้อนได้ดีถึงคนส่วนใหญ่ก็จะกองกันอยู่ตรงฐาน เพราะความเสี่ยงต่ำ เงินต้นครบ ไม่หาย แต่ผลตอบแทนก็ต่ำไปด้วย ไม่รวยซักที ถึงจะรวยก็ใช้เวลานาน

 

แต่ถ้ากรองแก้วเปิดใจ ลองทำความเข้าใจ ในวันที่เข้าใจกรองแก้วก็จะขยับการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น บนระดับที่กรองแก้วยอมรับความเสี่ยงได้ และผลตอบแทนก็จะมากขึ้นด้วย กรองแก้วก็จะมีโอกาสบรรลุเป้าหมาย หรือรวยได้ง่ายขึ้นและไวขึ้นอีกด้วย

 

สรุป

• รู้จักหา รู้จักเก็บ รู้จักใช้ เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่ดีของคนจะรวย

• แต่ต้องรู้จักต่อยอด แบ่งเงินออมบางส่วนไปลงทุน

• ลงทุนด้วยความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งตนเองและสินทรัพย์ที่ไปลงทุน

 

 ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา, AFPT™

เริ่มต้นวางแผนวันนี้เพื่อสุขภาพการเงินที่ดี คลิกเลย  หรือ line: @lumpsumofficial

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ