ไม่มีรายการ

3 จุดเสี่ยง ที่อาจทำให้เงินออมหายไป

07 ธันวาคม 2564


เมื่อพูดถึง “ความเสี่ยงการเงิน “ คุณนึกถึงอะไร ?

เชื่อว่า หลายๆคน เมื่อได้ยินคำนี้ จะนึกถึง การเก็บเงิน ออมเงิน เงินสำรองฉุกเฉิน การลงทุน ซึ่งนั่นก็ถูกต้องครับ  

แต่เราหลงลืมขั้นตอนไหนอยู่รึเปล่า ที่จะทำให้เกิดรอยรั่วเล็กๆ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เราพบปัญหาการเงิน 

วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปเช็คกันดูครับว่า ตอนนี้ตัวคุณกำลังมี “ความเสี่ยงการเงิน “ อยู่รึเปล่า

 

1.เงินออมมีเท่าไหร่ ลงทุนหมด

“เงินออมไม่ทำให้คุณรวย อยากรวย ต้องต่อยอดเงินออมให้งอกเงย”

หลายๆคนที่เริ่มมีเงินเก็บ เงินออม คงรู้สึกแบบนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดครับ แต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด 

เพราะ สิ่งที่น่ากลัวกว่าเงินออมไม่งอกเงย คือ การไม่มีสภาพคล่องการเงิน หรือแม้แต่เงินออมหาย !!!

การลงทุนแลกมาด้วยความเสี่ยง ยิ่งคาดหวังผลตอบแทนสูง ก็เสี่ยงสูง ซึ่งสิ่งที่จะพอช่วย ขจัดความเสี่ยงได้ คือ เวลา 

แต่หากเรานำเงินออมทั้งหมดไปลงทุน นั่นแสดงว่า เรามีเวลากับเงินก้อนนี้จำกัด 

หากมีเรื่องต้องใช้เงิน เราจำเป็นต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

 

ดังนั้น การแบ่งสัดส่วนเงินออมและเงินลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพื่อขจัดความเสี่ยงที่เงินออมคุณจะหายไป 



2.ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

“สิ่งที่ยังไม่เกิดเรามักมองไม่เห็น” 

การประเมินความเสี่ยงเรื่องการเงิน สิ่งที่เรามักจะนึกถึงกันเป็นลำดับแรกๆ ก็คงเป็นเรื่อง จะทำยังไงให้มีเงินพอใช้ แบ่งเงินยังไงถึงจะมีเงินเหลือ เพราะนั่นดูใกล้ตัวเราที่สุด และดูจับต้องเป็นตัวเงินได้ง่าย

 

แต่เรามักจะหลงลืมความเสี่ยงที่ใกล้ตัว อย่างด้านสุขภาพร่างกาย ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครมานั่งนึกถึงว่าถ้าป่วยเป็นยังไง ต้องนอนโรงพยาบาลจะเป็นยังไง เพราะเราไม่คาดหวังให้มันเกิดขึ้น  แต่นั่นอาจจะเป็นความเสี่ยงนึง ยิ่งในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากเกิดความเสี่ยงที่เราไม่คาดคิด  นั่นจะเป็นแผลสำคัญที่ทำให้เกิดรอยรั่วเงินออมของเราได้  

 

ดังนั้น การประเมินความเสี่ยงเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “การป้องกันควบคุมง่ายกว่าแก้ปัญหา”

ซึ่งการเลือกป้องกันความเสี่ยงเดี๋ยวนี้ง่ายและทางเลือกเยอะขึ้น คุณสามารถควบคุม ได้ตั้งแต่ “ วงเงินที่คุณจ่ายเบี้ยไหว จำนวนเงินที่ครอบคลุมภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ” 

 

อยากรู้ประกันแบบไหนที่จ่ายไหว และ ใช่ สำหรับคุณ คลิก https://www.lumpsum.in.th/Service/Life_insurance

 

 

3.มีหนี้ต้องรีบจ่าย

“การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคคลาสสิคที่น่าจะคุ้นหูทุกคนมายาวนาน

 

ซึ่งเมื่อพูดถึงหนี้ ก็อาจจะทำให้หลายๆคนรู้สึกว่า การมีหนี้เป็นสิ่งไม่ดี มีหนี้ต้องรีบจ่าย รีบโป๊ะ รีบปิด 

แต่รู้หรือไม่ การรีบปิดหนี้เร็วเกินไป มีโอกาสเสี่ยงให้คุณอยู่ในวังวลแห่งหนี้ไม่รู้จบ !!!

จ่ายหนี้ ปิดหนี้ไวๆ มันก็ต้องดีสิ ?  นั่นก็ใช่ครับ แต่อาจจะยังไม่หมด

เพราะตัวแปรที่สำคัญจริงๆไม่ใช่หนี้ แต่เป็นการบริหารจัดการหนี้ !!!

 

ซึ่งสาเหตุนึงที่ทำให้หลายๆคนจัดการหนี้ไม่ได้และเกิดปัญหาการเงิน คือ ขาดเงินสดสภาพคล่อง

แต่นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยนึกถึงกันสักเท่าไหร่ เพราะมันขัดกับแนวคิดเรื่องหนี้ของเรา 

ลองนึกดูครับ เวลาเราจะไปกู้อะไรซักอย่าง

เช่น บ้าน รถ สิ่งที่เรามักจะคำนึงถึงสิ่งแรกคือ ดอกเบี้ย

ผ่อนเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน ดอกเบี้ยสูง 

 

ซึ่งหากเราไม่อยากเสียดอกเบี้ยเยอะ สิ่งที่เรามักจะทำกันก็คือ เลือกแบบผ่อนไว ดอกต่ำ และที่(คิดว่า)ผ่อนไหว 

เงินเก็บไม่มีไม่เป็นไร เร่งปิดหนี้ไวๆไว้ก่อน

 

แต่สิ่งที่หลายคนมักหลงลืมคือ การประเมินภาระต่างๆ ความเสี่ยงที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน และนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่จะเกิดวังวลของหนี้ หากมีเรื่องต้องใช้เงิน เงินเก็บไม่มี ไม่พอ หากกู้หนี้ก็เจอดอกเบี้ยแสนโหด 

 

ทั้ง 3 จุดเสี่ยงที่หลายๆคนอาจลืมนึกถึงไป  ก็ลองนำไปเช็คตัวเองกันดูครับว่าตอนนี้เงินเรากำลังเสี่ยงที่จะหายไปจากรอยรั่วเหล่านี้รึเปล่า

 

บางครั้งการพิจารณาให้รอบด้านมากขึ้น จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้ไกลขึ้นและปลอดภัยมากขึ้นครับ

 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ