เวลาไปขอกู้เงินแบงก์ คงได้ยินคำนี้มาเป็นแน่ โดยเฉพาะเวลากู้ซื้อบ้าน บางทีฟังพนักงานแบงก์อธิบายจนมึน ดอกเท่านั้น ดอกเท่านี้เท่านี้ค่ะพี่ ผ่อนเท่านั้น เดือนละเท่านี้ ฟิกซ์ 3 ปีที่เหลือแบบโฟล๊ท!
หึม!? มาอีกละ ฟิกซ์ๆ โฟล๊ทๆ...เฉลี่ยแล้ว เท่านี้ค่ะพี่ขา บลา ๆ ๆ
ศัพท์แสงก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก แหม่...นี่ (ฉัน) เพิ่งจะมีหนี้ก้อนโตครั้งแรก ใจเย็นเย๊นนนน...ฮ่วย!
แต่เขาก็อธิบายไปเรื่อย จะถามเยอะบางทีก็เกรงใจ และนี่แหละ เขาอาจคิดไปได้ว่า ลูกค้าคงจะเข้าใจมั๊ง!
วันนี้เรามาดูกันว่าไอ้ฟิกซ์ๆ โฟล๊ทๆ ที่พนักงานแบงก์บอกและพยายามอธิบาย มันหมายถึง “ดอก” แบบไหน ยังไง
ก่อนอื่นมาเข้าใจชื่อของดอกเบี้ยทั้ง 3 แบบ คือ MLR / MOR / MRR
MLR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี
MOR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยประเภทเบิกเกินบัญชีที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี
MRR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี
ส่วนใหญ่พวกเราก็จะได้รับดอกเบี้ยแบบ MRR เพราะเราคือรายย่อยและเป็นรายย่อย “ชั้นดี” (จงภูมิใจ ฮ่าๆ)
อ้าว แล้ว MRR มีค่าเท่าไหร่? เราก็ถามพนักงานได้เลยหรือที่หน้าเว็บไซต์ก็มีแต่ละแบงก์จะประกาศไว้ ซึ่งดอกเบี้ย MLR, MOR, MRR จะไม่ได้นิ่งตลอดไป
แต่จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดการเงินในช่วงนั้นๆ
ทีนี้ย้อนกลับมาที่คำว่า “ฟิกซ์ๆ โฟลทๆ” ที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้น มันเป็นคำพูดสั้นๆ แต่ชื่อเต็มของ “ฟิกซ์” หมายถึง ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed rate) ส่วน “โฟล๊ท” หมายถึงดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating rate) ยกตัวอย่าง เช่น
กรณีดอกฟิกซ์ : เราก็จะได้ยินพนักงานพูดว่า “ดอกเบี้ยฟิกซ์ 2.5% ใน 3 ปีแรกนะคะพี่” นั่นแปลว่าไม่ว่าระหว่างปีดอกเบี้ยจะเป็นเท่าไหร่ เขาก็จะคิดเราในอัตรา 2.5% ต่อปี
(ถ้าแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ต่อให้ขึ้นไปเท่าไหร่เราก็จะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราคงที่ 2.5% ใน 3 ปีแรก ซึ่งแปลว่าดีกับเรา)
กรณีดอกโฟล๊ท : เราก็จะได้ยินพนักงานพูดว่า “ปีที่ 4 เป็นต้นไปจะเป็นแบบลอยตัวที่ MRR -2%” ทีนี้เราคิดได้ง่ายๆ เลยว่า MRR ของธนาคาร ณ ตอนนั้นเท่าไหร่
เช่น MRR = 6% ถ้า MRR -2% ก็แทนค่าเป็น 6-2 = 4 นั่นแปลว่า ดอกเบี้ยคือ 4% นั่นเองค่ะ
แต่ที่แน่ๆ ใครกู้บ้าน โดยทั่วไปเขาจะให้ดอกเบี้ยฟิกซ์แค่ 3 ปี แต่หลังจากนั้นจะต้องเจอกับดอกโฟล๊ท ซึ่งแปลว่าเราต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอน
เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดการเงินในช่วงนั้นๆ ยิ่งเป็นช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น อ่วมเลยค่ะ!
อย่าลืมว่าเวลาที่เราจ่ายเงินต้นเข้าไป มันจะไปตัดดอกเบี้ยก่อน เหลือเท่าไหร่ก็ค่อยไปตัดเงินต้น
ดังนั้น หลังหมดโปร 3 ปีแรกจากนั้นส่วนใหญ่ดอกมักจะสูงขึ้น ให้รีบจัดการรีไฟแนนซ์แต่โดยไวค่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ที่ผ่อนบ้านใกล้จะครบ 3 ปี หรือผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้ว ควรที่จะวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน ด้วยการหาข้อมูลดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละธนาคารได้รอได้แล้ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านในปีถัดๆไป
