ไม่มีรายการ

ข้อมูลควรรู้...สำหรับคนอยากรีไฟแนนซ์บ้าน

19 พฤษภาคม 2564


บ้านเมื่อซื้อมาแล้วเปรียบเสมือนเป็นสินทรัพย์ที่ต้องคอยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทุกๆ เดือน เพราะคงเป็นส่วนน้อยมากที่คนเราจะซื้อบ้านในรูปแบบของเงินสดทีเดียวทั้งก้อนแบบไม่ติดภาระใดๆ สินเชื่อบ้านจึงเป็นทางเลือกให้ใครหลายๆ คนได้มีบ้านในฝันของตัวเอง

ซึ่งโดยปกติแล้วการซื้อบ้านใหม่ธนาคารมักจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษที่เป็นแรงจูงใจนำเสนอให้เลือกใช้บริการสินเชื่อนั้น

และเมื่อครบสัญญาตามที่กำหนดดอกเบี้ยต้องมีการปรับตามเงื่อนไขอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าแพง ไม่คุ้มจ่ายจนคิดว่าอยากจะรีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารค่ายอื่นๆ

 

แต่ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์บ้านต้องรู้อะไรบ้างเรามาดูข้อมูลที่ควรรู้กันเลยครับ

ระยะเวลาที่ควรรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้านจะสามารถทำได้ทุกๆ 3 ปี หรือตามสัญญาในเงื่อนไขของสินเชื่อตามธนาคารนั้น

หากต้องการรีไฟแนนซ์ก่อนระยะสัญญาที่กำหนดจะต้องมีการเสียค่าปรับประมาณ 3% ของยอดหนี้คงเหลือ ในค่าใช้จ่ายของส่วนนี้ จึงควรคำนวณให้ดีก่อนว่าคุ้มค่าที่จะรีไฟแนนซ์หรือไม่

แต่สำหรับบ้านที่มีการขอลดดอกเบี้ยหลังผ่อนชำระสัญญาตามเงื่อนไขครบ 3 ปีแรกไปแล้ว หากในปีที่ 4 ต้องการรีไฟแนนซ์สามารถทำได้เลย

ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้มีการทำสัญญาหรือติดเงื่อนไขใดๆ ทั้งนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับทางธนาคารให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

 

ยอดคงเหลือบ้านที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้

โดยส่วนใหญ่แล้วการรีไฟแนนซ์บ้านหากยอดคงเหลือเกินที่ต้องผ่อนชำระมีจำนวนเงินมากกว่า 1 ล้านบาท สามารถทำการรีไฟแนนซ์บ้านได้เลย

แต่ถ้าหากยอดไม่ถึงตามที่กล่าวข้างต้น แนะนำว่าขอเป็นลดดอกเบี้ยจากธนาคารที่ให้สินเชื่อจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเป็นภาระสัญญาในระยะยาว

 

เงื่อนไข ข้อกำหนดของธนาคาร

ควรนำดอกเบี้ยมาเปรียบเทียบทั้งสินเชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและสินเชื่อที่ต้องการเปรียบเทียบ ว่ามีเรทการผ่อนที่ต่ำกว่าปัจจุบันที่เรากำลังผ่อนอยู่หรือไม่ หากดอกเบี้ยถูก จะช่วยให้ระยะการผ่อนสั้นลง ทำให้เบาภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้มาก

 

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่คุณต้องเสีย เช่น ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ ค่าธรรมเนียมในการปล่อยกู้ใหม่ ค่าจดจำนอง ค่าภาษี ค่าอากรแสตมป์ และค่าอื่นๆ ตามที่ธนาคารได้กำหนด

เพื่อดูว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้หรือไม่ซึ่งแต่ละธนาคารจะให้โปรโมชั่นการรีไฟแนนซ์บ้านที่แตกต่างกัน

 

บริการอื่นๆ ที่ไม่ได้ต้องการ

บางสินเชื่อเมื่อมีการรีไฟแนนซ์อาจจะมาพร้อมบริการสินเชื่อบุคคลพ่วงมาด้วย ซึ่งในส่วนนี้ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ เนื่องจากสินเชื่อบุคคลจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า

หากต้องการรีไฟแนนซ์บ้านที่ได้ดอกเบี้ยถูกลงแล้ว แต่กลับต้องมาจ่ายดอกเบี้ยจากสินเชื่อบุคคลเป็นของแถมอาจทำให้รายจ่ายบานปลายจากที่ต้องการได้

 

เอกสารการทำธุรกรรมรีไฟแนนซ์บ้าน

สำหรับพนักงาน/ลูกจ้าง

- บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา ทะเบียนบ้านและสำเนา

- ใบรับรองเงินเดือน ย้อนหลัง 3 - 6เดือน ใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 24 เดือน

- สำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน หรือ Statement แสดงย้อนหลัง 6 เดือน

 

สำหรับผู้ทำทำธุรกิจส่วนตัว

- บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา ทะเบียนบ้านและสำเนา

- สำเนาทะเบียนการค้า ทะเบียนบริษัท/ทะเบียนห้างหุ้นส่วน

- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้พร้อมแนบใบเสร็จตัวจริงย้อนหลัง 6 เดือน

- สำเนาโฉนดที่ดิน นส.3ก หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด อช.2 (2ชุด) พร้อมรับรองจากสำนักงานที่ดิน

 

ข้อควรระวังสำหรับการรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์นั้นมักจะมีบริการอื่นๆ แอบแฝงเข้ามา เช่น การทำประกัน การบังคับทำสินเชื่อบุคคล และบริการอื่นๆ ที่ทางธนาคารปล่อยสินเชื่อนั้นบังคับให้ทำ

ซึ่งในส่วนนี้ควรพิจารณาว่าคุ้มค่าที่ต้องจ่ายในระยะยาวหรือไม่ เนื่องจากบางบริการที่แนบติดมากับการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นมักมีดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง รวมถึงควรพิจารณา MLR หลังหมดโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร

การรีไฟแนนซ์บ้านสำหรับบางคนอาจจะดูยุ่งยาก แต่ถ้าหากได้พิจารณาเงื่อนไขและคำนวณรายจ่ายต่อปี การเสียดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อนที่ช่วยให้สั้นลงได้

นับว่าการรีไฟแนนซ์ที่ดูจะเสียเวลาแต่อาจจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายและให้ช่วยเบาแรงไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวนะครับ

 

ค้นหาโปรโมชั่นและเปรียบเทียบรายละเอียด "สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน" 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ