ไม่มีรายการ

3 ทางรอด หากจ่ายเบี้ยประกันชีวิตไม่ไหว (ขอรับคืนมูลค่ากรมธรรม์ได้)

11 พฤษภาคม 2564


เมื่อคุณหลังชนฝาค่าเบี้ยประกันช่วยคุณได้ รู้หรือไม่ เราสามารถขอรับคืนมูลค่ากรมธรรม์ได้

โควิด-19 ระลอกสามนี้ ดูท่าทางจะยังอยู่กับเราไปอีกหลายเดือน ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ให้ดีที่สุด ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ต้องประหยัดมากขึ้น ทั้งค่าอยู่ ค่ากิน บางทีกระทบเงินออม รวมถึงเงินที่เคยลงทุนไว้อีกต่างหาก

มันทำให้นึกไปถึง “ประกันชีวิต” เสียไม่ได้ เพราะมันเป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่เราทุกคนซื้อเพื่อหวังความคุ้มครองในชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เราไม่ไหวที่จะจ่ายค่าเบี้ยแล้ว มันยังมี ‘ทางเลือก’ ทางรอดให้เราอยู่ค่ะ

ทราบหรือไม่ว่า เงินที่เราจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตไปนั้นเมื่อเราชำระเบี้ยมาแล้วประมาณ 2 ปีขึ้นไป กรมธรรม์ของเรามันจะมี “มูลค่าของกรมธรรม์” ขึ้นมา ด้วยมูลค่าที่เกิดขึ้นมาตรงนี้นี่เอง ทำให้เรามีทางเลือกที่จะจัดการกับกรมธรรม์ของเราได้ หากว่าเราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะ “หยุดชำระเบี้ย”

 

เราสามารถขอรับคืนมูลค่ากรมธรรม์ได้ทั้งหมด 3 วิธี มาดูกันค่ะ

1. แปลงกรมธรรม์เป็นแบบ มูลค่าเงินสำเร็จ

วิธีนี้เราจะยังได้ระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม แต่วงเงินคุ้มครองจะลดลง ยกตัวอย่างเช่น เราขอหยุดชำระเบี้ยในปีที่ 10 (จากแผนคือต้องจ่ายเบี้ยประกัน 20 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปีจะได้ความคุ้มครอง 300,000 บาท)

เมื่อแปลงเป็นกรมธรรม์แบบมูลค่าเงินสำเร็จ เราจะยังคงได้ระยะเวลาความคุ้มครองเท่าเดิมคือจนอายุครบ 99 ปีแต่ความคุ้มครองจะลดเหลือ 166,200 บาทเท่านั้น เพราะเรามาหยุดจ่ายเอาในปีที่ 10 เป็นต้น

 

2. แปลงกรมธรรม์เป็นแบบ ขยายระยะเวลา

วิธีนี้เราจะได้ระยะเวลาการคุ้มครองที่สั้นลง แต่วงเงินคุ้มครองยังเท่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น เดิมกรมธรรม์คุ้มครอง 20 ปี ทุนประกัน 300,000 บาท

เราขอหยุดชำระเบี้ยในปีที่ 5 แล้วแปลงกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา ระยะเวลาคุ้มครองจะลดเหลือแค่ 10 ปี เป็นต้น ซึ่งหากเสียชีวิตในระยะเวลาการคุ้มครองก็จะได้รับวงเงินคุ้มครอง 300,000 บาท

 

3. เวนคืนกรมธรรม์

วิธีนี้คือการปิดกรมธรรม์ นั่นเอง ซึ่งเราจะได้เงินก้อนออกมาใช้ แต่ก็ต้องทำใจเพราะมูลค่าเวนคืนเงินสดจากรมธรรม์มันมักจะน้อยกว่าเบี้ยประกันสะสมที่เราจ่ายไป

อาจจะไม่คุ้มเพราะนอกจากจะได้เงินน้อยแล้ว การคุ้มครองก็จบสิ้นลงด้วย สำหรับใครที่จะเลือกวิธีนี้ ก็อาจจะมองเป็นทางเลือกสุดท้ายดีกว่านะคะ

 

ดังนั้น เมื่อเราทราบว่ามีด้วยกันทั้งหมด 3 วิธี อย่างน้อยก็เป็นทางออกให้เราลองคุย หรือสอบถามปรึกษากับทางตัวแทนของบริษัทประกันชีวิต เพื่อที่จะหาทางออกที่เหมาะสมกับ ความต้องการของเรามากที่สุด

อย่ายอมจำนนเพียงเพราะเราคิดว่าเราจ่ายไม่ไหวแล้ว อย่างน้อยให้เราทราบว่ามันมี 3 วิธีนะเป็นเครื่องมือติดตัวเราไว้

และวันนี้ลองกลับบ้านไปหยิบเล่มกรมธรรม์ขึ้นมาดู เปิดไปหน้าท้ายๆ ทุกกรมธรรม์จะมีบอกไว้ท้ายเล่มเป็นตารางมูลค่ากรมธรรม์ แต่ก่อนก็ไม่เคยสนใจว่ามันคือตัวเลขอะไรยังไง

และจริงๆ แล้วมันจะมีสูตรในการคำนวณอยู่ว่าถ้ากรณีที่ 1, 2 หรือ 3 เงินที่ได้จะเป็นเท่าไหร่ แต่ตรงนี้ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เราสามารถสอบถามรายละเอียดโดยตรงกับตัวแทนประกันชีวิตของเราได้เลย เพื่อขอคำปรึกษาและหาทางออกที่เหมาะสมกับเราที่สุด

 

โดยสรุปทั้ง 3 วิธีที่กล่าวไป คือ กรณีที่เราคิดว่า “เราจะหยุดจ่ายเบี้ย” แต่ถ้าเรายังอยากจะ “จ่ายเบี้ยตามปกติ” เพื่อให้กรมธรรม์ทำหน้าที่ในการคุ้มครองเหมือนกับที่ทำสัญญาไว้แต่แรก

โดยที่เราจะขอใช้ประโยชน์จาก “มูลค่ากรมธรรม์” เราก็ยังสามารถ “กู้เงินจากกรมธรรม์” เพื่อมาชำระเบี้ยได้ด้วย ตรงนี้จะมี ดอกเบี้ยอยู่เล็กน้อย แต่ต้องบอกว่าเป็นทางออกในยามที่เราอาจจะสะดุดเรื่องเงินได้ดีเลยค่ะ

 

ส่วนถ้าใครที่ไม่ต้องการกู้เงินจากกรมธรรม์ แต่อยากจะใช้เงินเราเอง เพียงแต่อยากขอผ่อนผันระยะเวลาการจ่าย จริงๆ แล้วโดยปกติกรมธรรม์จะผ่อนผันให้ 30 หรือ 31 วันอยู่แล้วนับจากวันที่ครบกำหนดชำระเบี้ย

ดังนั้น เราก็ยังมีเวลาหาเงินอีก 30 หรือ 31 วัน หรืออีกวิธีคือการขอแบ่งจ่าย เช่น จากเดิมเราจ่ายปีละ 1 ครั้ง อาจขอผ่อนเป็นจ่าย 4 ครั้งเพื่อจะได้ไม่ต้องควักเงินก้อน เป็นต้น

 

หากคุณกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับตัวคุณ หรือเหมาะกับงบที่คุณมี สามารถเช็คและเปรียบเทียบประกันทั้งหมดที่นี่ คลิก

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ