ป่วยวิกฤต(COVID) มีสิทธิใช้ UCEP ทุกคน

สงกรานต์ปี 2564 เป็นเดือนร้อนแรง หลังวันเกิดลูกหมู 1 เมษายน ก็มีข่าวระบาดโควิดระลอก 3 สายพันธุ์อังกฤษ ติดง่าย ไม่แสดงผล อาการออกลงปอดทันที สิ่งที่เราเตรียมคือทำงานที่บ้าน ใส่หน้ากากเข้าหากัน ห่วงแบบห่างๆ และสิ่งสำคัญคือค่ารักษาพยาบาล จึงทำประกันมูลค่า200,000 บาท จ่ายค่าเบี้ยประมาณ 1,300 บาท คุ้มมาก! สวดมนต์ขออย่าเจอนะ สาธุสาธุแต่ครั้งนี้ คนที่รู้จักเจอ COVID แถมไม่มีประกัน ต้องวางแผนการรักษาชีวิต และแผนการเงิน อย่างไรดี? 1.เลือกโรงพยาบาลที่มีหมอเก่ง หาทางไปตรวจให้ได้ (เพราะตรวจเจอที่ไหนต้องรักษาที่นั่น) 2.เมื่อADMID เข้าโรงพยาบาล คนไข้ไม่มีประกัน โรงพยาบาลจะให้เข้าโครงการ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) เป็นโครงการของรัฐที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ในการเรื่องการรักษาพยาบาลของคนไทย เริ่มใช้1 เมษายน 2560 เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 มีสิทธิทุกที่ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย UCEP กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ต้องดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมง หรือพ้นภาวะวิกฤต ให้สิทธิเฉพาะคนไทย ว้าว!! กลุ่มฉุกเฉินวิกฤต ดูจากอะไร 1.ภาวะฉุกเฉินทางการไหลเวียนโลหิต ดูอาการ หัวใจหยุดเต้น เจ็บหน้าอกรุนแรง ความดันตกเฉียบพลัน 2.ภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท ดูอาการ ปากเบี้ยวอ่อนแรงครึ่งซีกฉบับพลัน ซักเกร็ง ซักกระตุก การบาดเจ็บศรีษะรุนแรง 3.ภาวะฉุกเฉินทางการหายใจ ดูอาการ สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ หายใจเหนื่อยหอบรุนแรง ภูมิแพ้รุนแรง 4 .เหตุฉุกเฉินอื่นๆ เจ็บป่วยฉุกเฉินตามเกณฑ์ สพฉ. กำหนด สพฉ (สถาบันแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ) 02-872-1669 หรือ E-mail :[email protected] ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP - ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด - โรงพยาบาลประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน - ศุนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ตรวจสอบความถูกต้อง - กรณีเข้าเกณฑ์ UCEP เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทันที แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง กรณีไม่เข้าเกณฑ์ ผู้ป่วยสามารถย้ายโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือรักษาต่อ แต่ออกค่าใช้จ่ายเอง เรื่องนี้ยังไม่จบต้องติดตามตอนต่อไปนะเจ้าคะ ------------------------------------ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  10 พฤษภาคม 2564

ศิลปะ Say No ขั้นเทพ เมื่อถูกคนยืมเงิน

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่เป็นปัญหาโลกแตกทุกวันนี้ คือเมื่อมีคนมายืมเงินแล้วไม่กล้าปฏิเสธ สุดท้ายกลายเป็นความลำบากใจ ตอนเวลาทวงเงิน จะเกิดเหตุการณ์ตามตัวไม่เจอบ้าง ไม่รับโทรศัพท์บ้าง หรือนัดจ่ายอาทิตย์หน้านะ เดือนหน้านะเสมอ จนเราเหนื่อยและอายแทน อ้าว! ถ้ารู้ว่าจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ เราควรใช้ศิลปะ อย่างไรให้คนยืมเงินอยู่หมัด โดยเราไม่เสียสตังค์ และความสัมพันธ์ ตามเรามาซิคะ!! เรามีทางออก 1.บอกไปเลย ว่าคิดอะไร “ไม่ให้ยืมเงิน” ต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเราเป็นคนทำมาหากิน พึ่งพาตนเอง มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ต้องเก็บเงินไว้ใช้ยามเจ็บป่วย และยามชรา ลองใช้คำพูดนี้ “ ขอโทษนะ ให้ยืมไม่ได้จริงๆ ” หรือ “ ไม่สบายใจ เพราะสาบานไว้ ” 2. ขอเวลาตั้งตัว เราจะได้ตั้งสติ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ขอเวลาตั้งตัว บางครั้งเวลาจะเป็นตัวช่วยที่ดี ทำให้ได้ไตร่ตรอง ลดความสงสารลง ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ ทิ้งเวลาไว้นานๆๆ เขาอาจได้เงินที่อื่นแทน เพราะเราทำมืน 3. สัญญา ต้องเป็น สัญญา ในฐานะเพื่อนร่วมโลก ถ้าเพื่อนหรือคนรู้จักเดือดร้อนมา เราต้องช่วยเหลือ โดยการเอ็นดูเขา เอ็นเราต้องไม่ขาด เราสามารถใช้สัญญาเป็นตัวช่วย ดังนี้ จ๊ะ - สัญญาว่าจ้างต่างตอบแทน ดูว่าเขาสามารถทำงานอะไรได้ รับเงินเมื่อทำงานเสร็จ - สัญญากู้เงิน ดูว่าเขามีทรัพย์สินอะไรที่สามารถจดจำนอง หรือจำนำได้ เอามาค้ำประกันหนี้ สัญญานี้ต้องระบุดอกเบี้ย และเบี้ยปรับด้วย ถ้าผิดเงือนไขยึดทรัพย์สินทันที - สัญญาขายทรัพย์สิน ดูว่าเขามีทรัพย์สินอะไร ถ้ามีราคา มาขายแลกเงินได้ 4. แนะนำให้หารายได้เพิ่ม ในเมื่อเขากำลังลำบากเรื่องเงิน การเปิดประตูให้เขามีช่องทางหารายได้เพิ่ม อาจเป็นคำตอบที่ดีกว่าการยืมเงินหลายเท่า เพราะแทนที่จะช่วยแบบระยะสั้น คุณกำลังแนะนำแนวทางที่ทำให้เขาแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองในระยะยาว เห็นมั้ยคะ! เรื่องเงินเป็นเรื่องที่ ไม่เข้าใคร ออกใคร ลองฝึก ศิลปะ “ SAY NO ”ติดตัวไว้บ้างก็ OK naka ------------------------------------ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  26 เมษายน 2564

โควิด ให้ข้อคิดชีวิต ปัง!!

เมื่อนั่งย้อนรอยตั้งแต่ปี 2020 เราเจอเรื่องโรคระบาดระรอกแล้วระรอกเล่า จนเข้าสู่ระลอกที่ 3 ที่ดูเหมือนร้อนแรง จนเกิดความกลัว พร้อมตั้งการ์ด สวมหน้ากาก ห่างสองเมตร และ ไม่ไปในที่สุ่มเสี่ยง แต่ตอนนี้สถานะการณ์กลับมาเหมือนปีก่อน ซึ่งทุกคนก็รอดมาได้ และเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ อีกมุมหนึ่ง ที่ลูกหมูอยากแชร์ มุมดีๆของโควิด ที่พลิกวิกฤตให้ชีวิต ปัง!!! 1. ทำให้รู้จัก เงินฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นตกงาน หรือเจ็บป่วย ไม่มีรายได้ เงินก้อนนี้ต้องเตรียมขั้นต่ำ 1 ปี (คำนวณจากค่าใช้จ่ายรายเดือน คูณ 12 ) เราจะได้ไม่เดือนร้อน 2. ทำงานที่บ้าน แทบ ไม่น่าเชื่อเลย บางอาชีพเช่น BROKER หลักทรัพย์ จะทำงานที่บ้านได้ ข้อดีคือประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช่จ่ายการเดินทาง การแต่งตัว การกิน ค่าใช้จ่ายลดลงมาก เงินต้องเหลือเพิ่ม 3. ทำ ดิจิทัล หรือ ONLINE โลกเปลี่ยนระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อชีวิต แค่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งการโอนเงินผ่านธนาคาร, การซื้อของ ONLINE , การประชุมและสัมมนา , เปิดห้องเรียนสอน, สร้างเพจทำรายการของตนเอง ทั้งหมดที่พูดมา ใช้เงินน้อยมาก ก็ดังได้ มีคนติดตามจำนวนมาก เพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง 4. ทำให้รู้จักตนเอง รักครอบครัว มีเวลาดูตัวเอง ว่าแท้จริงแล้วต้องการอะไร และ ให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ข้างกาย แต่เรามักมองไม่เห็น ขอขอบคุณโควิด ที่มาเป็นตัวช่วยจริงๆ 5.เปิดโลกการเรียนรู้ เมื่อมีเวลาเพิ่ม เก่งดิจิทัล เราสามารถเรียนรู้ข้ามประเทศ โดยไม่ต้องเดินทาง เป็นการลงทุนที่ใช้เงินน้อย ถ้าเรานำความรู้ไปต่อยอด เราอาจจะกลายเป็น คนดังในวงการ ก็ได้ 6.สร้างโอกาสการลงทุน โควิครอบที่แล้วทำให้ตลาดหุ้นผันผวนมาก นักลงทุนที่เห็นโอกาส และรับความเสี่ยงได้ สามรถทำกำไรสูงกว่า 30% ในรอบปี เราควรถอดบทเรียนเรื่องนี้ ด่วน???? เห็นมั้ยคะ !!!! อยู่กับโควิค ด้วยสติ จะมีสตางค์ ปัง ในรอบปี ------------------------------------ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  20 เมษายน 2564

ไอเดียโรแมนติกสุดประหยัด รับวาเลนไทน์

ในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก มีทั้งวันวาเลนไทน์ และ วันมาฆะบูชา แต่เราต้องผจญกับภาวะโควิด เศรษฐกิจอ่อนแรง เราต้องปรับตัวสู้วิกฤตขณะเดียวกันก็อยากมีความสุขในวันแห่งความรักบ้าง ในวันนี้ ลูกหมู!!จึงมีไอเดีย สร้างความโรแมนติก ต้อนรับวาเลนไทน์ ที่ไม่ทำให้กระเป๋าสตังค์ของคุณฉีก แถมทำให้คุณดูแพง และดูดี ดั่งกลอน ที่ วัยรุ่นชอบพูด “กระปุกออมสินมีไว้หยดสตังค์ แต่คิดถึงจัง มีไว้หยอดเธอ” อิอิ!!!! เริ่มต้นที่ 1. DIY My Heart ทำของขวัญง่ายๆ ด้วยตัวเอง หาเอกลักษณ์ของคุณและคู่รัก มาประดิษฐ์เป็นของขวัญ นับเป็นสิ่งมีค่ามากกว่าของราคา และ เป็นของชิ้นเดียวในโลก ที่หาซื้อไม่ได้ แถมพูดด้วยวลีเด็ด “ ของนี้แทนใจ น้อยด้วยค่าแต่มากด้วยน้ำใจ ที่ใหญ่กว่ามหาสมุทร” 2. MUSIC In Love ตัดต่อภาพหรือวิดีโอของคุณและคู่รัก ประกอบเสียงเพลงที่คุณชื่นชอบ พร้อมบรรยายความในใจเชิงสารภาพรัก ต้นทุนถูกมาก แต่โดนใจสุดๆๆ หรือ จะร้องเพลงด้วยตัวเองก็ได้นะคะ 3. TREE From My Love ต้นไม้แห่งความรัก ที่คุณและคู่รัก ช่วยปลูกและรดด้วยความรัก ต้นไม้ที่นิยมปลูกมึความหมายแห่งรัก คือต้นกุหลาบอังกฤษ ต้นกุหลาบแคระ ต้นโฮยา ต้นหน้าวัว ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ว่านเสน่ห์กาหลง ต้นชวนชม แค่นี้ก็ลืม ไม่ลงแล้วจ๊ะ 4. COOKING Together ชวนกันเข้าครัวทำอาหารจานโปรด เป็นการใช้ช่วงเวลาดีๆที่อยู่ด้วยกัน แถมยังไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งสามารถสร้างสรรบรรยากาศความรักในแบบอบอุ่น ในราคาประหยัด แต่ขอเตือน!!!คุณผู้ชายสักนิด คุณต้องทานอาหารให้หมดนะคะ โดยพูดคำเดียวว่า “อร่อยมาก อร่อยที่สุดที่สุดในโลก” ก็จะเป็นมื้อแห่งความสุข 5 . INVEST For Our Life “ออมร่วมกัน” ถ้าคุณและคู่รัก ร่วมเปิดบัญชีกองทุน หรือ ซื้อประกันชีวิตในวันวาเลนไทน์ ถือเป็นการเริ่มต้นในการออมเงินและวางแผนการเงินในอนาคตของคุณทั้งคู่ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเงิน แถมยังช่วยเก็บออมเงิน เพื่อสร้างสินทรัพย์ในอนาคตอีกทางหนึ่ง เป็นอย่างไรกันบ้างคะ วันแห่งความรักปีนี้เราสามารถสร้างให้โรแมนติกได้ ในราคาไม่แพง ถ้าเรารู้จักการวางแผนการเงิน เราก็จัดการมันได้ด้วยความสุข แล้วพบกันใหม่นะคะ รัก รัก นะ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  09 กุมภาพันธ์ 2564

6 ข้อคิด ที่ทำให้ชีวิตพัง

วันนี้ฟังเนื้อเพลง “เรือมนุษย์สุดลำบากยากล้น ต่างคนดิ้นรน เพื่อรอดพ้นถึงฝั่ง” สมองสั่งให้คิดเลย ว่าอะไร??? เป็นเหตุให้แผนการเงินและชีวิตของคนพัง เกิดปัญหาตอนแก่ไม่มีเงิน 1.ใช้เงินเกินตัว ตามธรรมชาติของเรา พอมีเงินมากก็ใช้ ใช้ ใช้ เพลินเลย จนเป็นนิสัย แต่รายได้ไม่เพิ่ม หรือบางท่านมีภาระครอบครัวสูงมาก มีแต่รายจ่าย สุดท้ายหมุนเงินไม่ทัน ต้องกู้ กู้ และ กู้ 2.สร้างหนี้เกินกำลัง แน่นอนถ้าคุณเงินไม่พอใช้ คุณต้องเบิกเงินจากBANK ตัวเอง หรือขายสมบัติของตัวเองออก แต่ถ้าทุกอย่างหมด ก็เริ่มยืมเงินไปเรื่อยๆๆจนถึงกู้นอกระบบ(ดอกสูง ทวงโหด) สุดท้ายหนี้ท่วมตัว 3.ไม่จดรายรับ รายจ่าย เรื่องจดเป็นเรื่องยากสำหรับคน ส่วนใหญ่คิดว่ายุ่งยาก ขี้เกลียด จำไม่ได้ ใช้เท่าไหร่ ก็เท่านั้น เหตุผลร้อยแปด แต่คุณรู้มั้ยการจด ทำให้เรารู้สาเหตุว่าเราใช้อะไรที่ไม่จำเป็น แล้วจัดการมันซะ ทำอย่างไรให้เงินเหลือ 4. ไม่จ่ายหนี้ สังเกตุถ้าอ่านตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 3 จะเห็นต้นเหตุของปัญหาคือ การใช้เงินเกินตัว ต้องไปแก้จุดนี้ ให้เงินเหลือ และลำดับหนี้ที่ดอกเบี้ยแพง จ่ายก่อน หรือรวมหนี้ ศึกษาเรื่องหนี้ และแก้ก่อนสาย 5. ไม่เก็บเงินก่อนใช้ แต่เราใช้ก่อนเก็บ เชื่อเถอะ!เพราะทุกคนบนโลกใบหนี้ ต้องเจอกับความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุ โรคภัย การงาน การเงิน ถ้าเราไม่เก็บเงินฉุกเฉินไว้ เราจะเกินปํญหาข้อ 2 ทันทีคะ ท่านผู้ชม 6. ไม่ทำงานและเล่นการพนัน งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข ถ้าไม่ทำ แถมยังมั่วอบายมุขมีแต่เสียเงิน ความสุขในชีวิตคงไม่เกิด บอกตรง เกิดมาทั้งที ต้องฝากสิ่งดีๆๆให้ตัวเอง และคนอื่นที่เรารัก โชคดีนะคะ!!!! นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  26 มกราคม 2564

ทำอย่างไร ให้มีสตังค์

ช่วงนี้ตัวเลขคนติดเชื้อโควิคเพิ่มสูงขึ้น จนคุณหมอทวีสิน ออกมาเตือนว่าการ์ดอย่าตกนะแต่คุณหมอคะ!!ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่พบว่าที่ ร้ายกว่าโรคระบาด คือ โรค....ไม่มีสักบาทนี่แหละ ลูกหมู!!จึงถือโอกาสนี้ พูดคุยเรื่องการวางแผนเงินของคนรอบข้าง พอมีเวลา ลูกหมูจึงแวะไปทำเล็บที่ร้าน NAIL บน THA MALL รามคำแหงชั้น 2 เจ้าของร้านชื่อน้องส้ม เป็นร้านทำเล็บด้วยสมุนไพร สะอาด ราคาไม่แพง สิ่งที่ชอบน้องคือคำพูดที่ดูจริงจัง 1. อยากให้คนมีเงินน้อย ก็สวยได้ 2. สามารถแก้ปัญหาเรื่องเล็บได้ เพราะเจอปัญหามามาก ลูกค้าเป็นครูจึงทำมีประสบการณ์ ยิ่งมีปัญหา ยิ่งชอบ ค่อยๆปรับ ค่อยๆแต่ง (ว้าว!!นี่แสดงความเป็นมืออาชีพชัดๆ) แต่ พอเจาะลึกเรื่องส่วนตัวปัจจุบันน้องอายุ 30 ปี เมื่อ 10 ปีก่อนเคยเป็นมนุนย์เงินเดือน เกิดความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ แต่มีเงินติดตัวเพียง 20,000 บาท จะเปลี่ยนชีวิตอย่างไร ลองติดตาม ชีวิตของสาวน้อยคนนี้มีแนวคิดสรุปได้ 1. ตั้งเงินลงทุนน้อย ถ้าพลาดจะได้ไม่เสียใจ ใช้เงิน 20,000 บาท ซื้อเก้าอี้มือสอง ยาทาเล็บ 10 ขวด เครื่องมือตัดหนัง ค่าเช่าร้านถูก ตัดหนังอย่างเดียว 2. ตั้งใจทำงาน ด้วยความความซื่อสัตย์เน้นคุณภาพ ราคาย่อมเยาว์ 3. ตั้งเป้าหมายชีวิต ชัดเจนภายใน 10 ปี ต้องมีรถ และ บ้าน เดิมเช่าหอพักหน้ารามอยู่ แล้วค่อยขยับมาซื้อรถ และ บ้าน มีความมุ่งมั่น เรื่องงานทำทุกวันไม่มีวันหยุด ลดค่าใช้จ่าย โดยย้ายบ้านไปอยู่กับพ่อแม่สามี เพื่อเก็บเงินดาวน์บ้าน (ฟังมาถึง ตอนนี้เกิดศรัทธาในตัวน้องส้ม เพราะเธอ เลือกที่จะทำ และ ทำทันที สุดยอด ) 4. ตั้งสติ เมื่อเกิดวิกฤตพร้อมรับมือ เธอพูดว่า บนโลกนี้คือธรรมชาติมีขึ้น ก็มีลง เมื่อเกิดโควิคขึ้น เราก็ต้องยิ้มรับทุกคนในร้านต้องร่วมด้วยช่วยกันลดรายจ่าย และเพิ่มอาชีพโดยการให้สามีมาขายอาหารกล่องที่มีสูตรของครอบครัวอยู่แล้ว เธอยังบอกกับเราว่าอย่าเคลียด เพราะความเคลียดจะเป็นตัวฉุด ให้แย่ลง สติเท่านั้น ที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไป มาถึงตอนท้าย ยิ่งทำให้ลูกหมูมั่นใจว่า การวางแผนการเงิน พลิกชีวิตได้จริงๆๆ หากไม่เริ่ม “ ก้าวแรก “ จะมีก้าวต่อไปได้อย่างไร นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  20 มกราคม 2564

MINDSETS ทางการเงิน

การที่คุณจะประสบความสำเร็จเรื่องเงินในกระเป๋า เพื่อเตรียมไว้ในอนาคต ต้องมี หลักคิด และความเชื่อที่ชัดเจน นำไปสู่ความสำเร็จของคุณ ซึ่งคุณต้องเชื่อว่าคนทุกคน มีความดี คนทุกคนทำได้ คุณสมบัติเหล่านี้จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.คุณทำได้มากกว่าที่เห็น คุณสามารถทำงานนอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ เพียงเปิดโอกาสไปลองทำงานใหม่ๆ หรือ คุณสามารถลงทุนได้มากกว่าการฝากเงินเป็นต้น นั่นหมายถึงคุณต้องทะลุกำแพงตัวตนออกมาเพื่อค้นพบความจริงอีกมุมหนึ่งของชีวิต 2. คุณทำได้ดีที่สุด ด้วยสิ่งที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น บนโลกใบนี้มีความไม่เท่าเทียมกันของแต่ละคน ทั้งหน้าที่การงาน สภาวะแวดล้อม ความรับผิดชอบ คุณต้องเชื่อว่า คุณจัดการการเงินได้ ในสภาวะที่คุณเป็นอยู่ด้วยมือคุณเอง โดยไม่ท้อใจ และ เปรียบเทียบกับคนอื่น งานนี้ถึงมีแค่มือเปล่าก็สู้ เพื่อได้มาซึ่งเป้าหมายทางการเงิน 3.คุณสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ สิ่งสำคัญมากสำหรับการเปลี่ยนแปลง คือการยืดอก พกความกล้า และเปลี่ยนคำพูดจากเดิมว่า “มันยากเกินไป ไม่มีทางทำได้” มาเป็น คำพูดใหม่ “ เรื่องเงินแค่นี้ น่าจะมีหนทางแก้ได้” เพื่อเป้าหมายทางการเงิน แค่คุณเปลี่ยนทุกอย่างก็จบ 4. ไม่มีความล้มเหลว มีเพียงผลสะท้อนกลับ หากคุณสามารถเปิดใจยอมรับข้อนี้ คุณจะลองทำสิ่งใหม่ๆเรื่อยๆ โดยคุณคิดว่าไม่มีวันล้มเหลว คุณจะกลายเป็นมนุษย์แห่งการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ แค่คุณรับผลสะท้อนกลับมาปรับเปลี่ยนวิธีการ จนได้ผลลัพธ์ที่คุณพอใจ การวางแผนการเงิน!! เป็นเรื่องง่าย แค่เปลี่ยน MINDSETS ชีวิตก็เปลี่ยน นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  15 ธันวาคม 2563

5 คุณธรรมสร้าง พลังทางการเงิน

ในชีวิตจริงตั้งแต่เล็กจนโต เราพบผู้คนมากมาย มีทั้ง คนรวยที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน และ คนจน ที่เงินขาดมือต้องกู้เงิน จนหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ซึ่งคนส่วนใหญ่เกิดมามีอวัยวะครบ 32 เท่ากัน ต้องทำมาหากินเพื่อได้เงินมา ใช้จ่ายซื้อของสำหรับการดำรงชีวิต เหลือค่อยลงทุน สร้างอนาคต แล้วทำไมบางคน มีเงินไม่เท่ากัน ทำให้เกิดความอยากรู้ว่า เคล็ดลับของคนประสบความสำเร็จทางการเงิน เขาใช้คุณธรรมอะไรบ้าง เพื่อสร้างพลังทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ 1. ขยัน : ผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำงาน อย่างจริงจังต่อเนื่อง มีความเพียรพยายาม กล้าเผชิญอุปสรรค รักในสิ่งที่ทำ และ ทำในสิ่งที่รัก เรียกว่า คนสู้งาน(หนักเอา เบาสู้) เงินทองไหลมาเทมาแน่ๆๆ 2. ประหยัด : ผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออม รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ การมีเงินเหลือคือชัยชนะของชีวิต สุดยอดๆจริง 3. ซื่อสัตย์ : ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงต่อหน้าที่ ตรงต่อเวลา ไม่ คดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม ดั่งสุภาษิตไทย “ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ถ้าเป็นเช่นนั้น คนรู้ โลกรู้ มีแต่คนอยากได้ตัวไปร่วมงาน ทำให้กระแสเงินไหลเข้าไม่หยุด เหมือนสายน้ำไม่มีที่สิ้นสุด 4. มีวินัย : ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขตที่กำหนด สม่ำเสมอ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ สามารถกำหนดเรื่องการหารายได้ การชำระหนี้ และการลงทุน 5. หาความรู้ : ผู้ที่แสวงหาความรู้ ในเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องการลงทุน ทำให้ชีวิตไม่ประมาท โอกาสจะพลาดหรือสูญเสียเงินจะน้อยลง เหมือนเป็นเกราะป้องกันตนเองให้ใช้ชีวิตอยู่แบบสุขใจ เราเชื่อว่าคุณ!!!ก็เป็นหนึ่งคน บนโลกใบนี้ ที่ต้องการสร้างพลังทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ ใช่มั้ยคะ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  04 ธันวาคม 2563

4 วิธีเอาตัวรอดทางการเงิน ยุคโควิด-19

ช่วงตั้งแต่ต้นปี 2563 เราผ่านเทศกาลฉลองวันปีใหม่ ตรุษจีน ยันวาเลนไทน์ ล้วนแต่เป็นเทศกาลแห่งความสุข ทุกนาทีเราใช้เงินซื้อความสำราญจนเรียกว่าเพลิน อยู่ๆๆ “โคคะ ! โคคะ! หนูชื่อโคมากับไข้ และมากับไอ” มาแบบไม่ทันตั้งตัว จนเราต้องตื่นตูม ณ ห้วงเวลานั้นชีวิตหลายคนเปลี่ยน รายได้ลด (ลดชั่วโมงทำงาน หรือบริษัทปิด) รายจ่ายเพิ่ม (ซื้อของตุน, ป่วย, ช็อปออนไลน์เพลิน) เกิดคำศัพท์ใหม่ Work From Home ที่เราคุ้นหู ว่าทำงานที่บ้าน ฟังดูแล้วดี แต่ทำไมชีวิตถึงพัง เพราะเงินหมด หนี้พุ่ง ภาระเพียบ แล้วเราจะเอาตัวรอดอย่างไร งั้น!! ลองมาดู 4 วิธี เอาตัวรอดทางการเงิน ! ยุคโควิด -19 ดังนี้ 1. ดูความเสี่ยงของรายได้ก่อน และหลังโควิด ว่าจะทำให้เงินลดลงหรือไม่ เช่น ถ้าทำงานสายการบิน นักบินตกงาน แก้ปัญหาโดยแปลงร่างเป็นช่างซ่อมแอร์ หาลูกค้าทางออนไลน์ เป็นต้น แก้เกมส์โดย: เปลี่ยนตัวเองเพื่อรอด หนักเอาเบาสู้ เพื่อวันพรุ่งนี้ ต้องเป็นของเรา 2. ดูรอยรั่วจากการใช้จ่าย ว่าเกิดจากความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ หรือเกิดจากความต้องการที่ฟุ่มเฟื่อย ถ้ายังจ่ายของฟุ่มเฟื่อยจนเป็นนิสัย อนาคตอาจขายของจำเป็นออก แล้วชีวิตจะเหลืออะไร ตอบ: เหลือเชื่อ(อิอิ สินเชื่อไงละ ที่เราเรียกว่า หนี้ หนี้ หนี้) แก้เกมส์โดย: ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อย่างด่วน ไม่จำเป็นไม่จ่าย 3. ดูหนี้สิน ว่าเกิดจากอะไร ยอดเท่าไหร่ ดอกเบี้ยแพงมั้ย มีหลักประกันหรือเปล่า แก้เกมส์โดย: ติดต่อเจ้าหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ให้ดอกเบี้ยลดลง และยืดระยะเวลาการผ่อนยาว เพื่อให้ค่างวดผ่อนต่ำที่สุด หรือ ขายสินทรัพย์ที่มีเพื่อลดหนี้ 4. ดูสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอะไรบ้างที่มี และ เพียงพอถ้าเกิดเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ แก้เกมส์โดย: ใช้สวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรค (ฟรี) หรือ ประกันสังคม ซึ่งจ่ายเงินไม่มาก แต่ ถ้าอยากได้ความสะดวกและรวดเร็ว ต้องซื้อประกัน ซึ่งใช้เงินมากหน่อย บางครั้งนั่งคิดๆๆ ก็อยาก ขอบคุณโควิด-19 ที่ทำให้เกิดปัญหา จะได้มีสติในการใช้ชีวิตเพื่อผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ ดั่งคำที่ว่าพระอาทิตย์ไม่เคยอยู่ค้างฟ้า ชีวิตคนเราก็ มีขึ้น มีลง เป็นเรื่องธรรมดา สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดไม่เกิดสตังค์ นะคะ!!! จะบอกให้ $$$$$ นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน / วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  12 ตุลาคม 2563

3 สุขทำได้ชีวิตดีดี๊ ง่ายแค่คิด

คนส่วนใหญ่ทำงานไปเพื่ออะไร คำตอบคือ “เพื่อเงิน” และ มีคำพูดเสมอๆๆว่า ”เงินคือพระเจ้า” เพราะทุกวันนี้ไม่เหมือนอดีตอยากได้อะไรใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนกัน ชีวิตก็มีความสุขแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน แต่ทุกวันนี้เราใช้เงินซื้อหาสิ่งของ เราถึงต้องทำงานเพื่อหาเงิน มาซื้อความสุข ความสนุก ความสบาย จนลืมไปว่าเราใช้ร่างกายหนักไปแล้ว บางครั้งคิดมากจนจิตตกฟุ้งซ่าน ผู้คนส่วนใหญ่พยายามค้นหาความสุขที่แท้จริงคืออะไรกันแน่!!! ไ ม่มีคำตอบที่ฟันธง เพราะคนแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ถ้าเราย้อนกลับมาดูตัวเรา และตั้งคำถามว่าความสุขอะไร ที่จะทำให้ชีวิตดี๊…ดี ใครก็ได้ช่วยบอกที???? เอ่อ 3 สุขนั่นซิ ไม่มี ไม่ได้เลย คะ นั่นคือ! สุขเงิน เหมือนคำกล่าวที่ว่า มีเงินมีงานบันดาลสุข ทุกคนเกิดมาต้องรู้หาเงิน และใช้เงินเพื่อการศึกษา ค่ากินอยู่ ค่าท่องเที่ยว ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาลตนเองและคนในครอบครัว ค่าใช้จ่ายตอนแก่ เป็นต้น ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น แล้วเงินเท่าไหร่ถึงพอ ตอบ: ขึ้นอยู่กับตัวเราต้องการมีเงินมากแค่ไหน แค่กินอยู่อย่างพอดี มีเงินใช้ตามฐานะ ไม่มีหนี้สิน ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยม สุขเงินสร้างได้ เพียงแค่เราคิด และทำด้วยมือเราเอง สุขกาย คนโบราณมักกล่าวถึงความเชื่อว่า “จิตใจที่ดีย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ร่างกายที่สมบูรณ์หมายถึง แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่พิการ สามารถทำงานหาเงินได้เต็มที่ แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอ มีแต่โรคมารุมเร้า ทำงานไม่ได้ มีแต่รายจ่าย รายได้ลด แล้วจะทำอย่างไร ตอบ: ตัวเราต้องรักษาสมดุลของร่างกาย โดยเน้นพร้อมกัน 5 อย่าง กิน(ลดแป้ง น้ำตาล ของทอด มัน เค็ม), นอน(นอนก่อน4ทุ่ม), ออกกำลังกาย , ลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิต, เลือกกินอาหารดี, ลดความเครียด เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ จะได้ไม่เสียเงินรักษาตัว สุขใจ สุภาษิตโบราณกล่าวว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ความสุขในชีวิตของคนอยู่ที่ใจ แต่ความเป็นจริง การใช้ชีวิตเราจะเจอแต่ความทุกข์และ สุขสลับกันตลอดเวลา หากจิตใจเราไม่มั่นคงเปรียบเสมือนเสาหลักปักขี้เลน บ้านก็ไม่แข็งแรง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอบ: เติมพลังบวก มองโลกในแง่ดี, เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ, อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด, ปล่อยวางในเรื่องไร้สาระ, นั่งสมาธิเพื่อสร้างปัญญา สรุปการดูแลร่างกายให้แข็งแรง และจิตใจที่เบิกบาน ทำให้เราสามารถใช้ชีวตอย่างมีความสุข สร้างพลังในตัวเพื่อทำงานหาเงิน และใช้เงินซื้อความสุขกายใจ ไม่ใช่ใช้เงินเพื่อรักษาตัว นี่คือการเริ่มต้นของการวางแผนการเงินกับ 3 สุขทำให้ชีวิตดีดี๊ ง่ายแค่คิดส์ ลองถามตัวเราซิคะ! ว่าสุขไหนสำคัญที่สุดสำหรับเรา และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด นฤมล บุญสนอง CFP® นักวางแผนการเงิน /วิทยากรตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย

  นฤมล บุญสนอง (ลูกหมู)


  02 ตุลาคม 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม