อัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ประจำเดือนมิถุนายน 2567

รวมโปรโมชันดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจากทุกๆธนาคาร ข้อเสนอดีๆแบบนี้ มีธนาคารไหนเหมาะกับเราบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลย⠀ ธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95%โปรโมชันพิเศษ ฟรีค่าจดจำนองสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท⠀ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.29%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าอากรแสตมป์ , ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก⠀ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.29%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.) ฟรีค่าประเมิน , ค่าประกันอัคคีภัย⠀ ธนาคารเกียรตินาคิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.30%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ค่าจดจำนอง , ค่าอากรแสตมป์ , ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ธนาคารกรุงไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.40%⠀ ธนาคารไทยพาณิชย์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.42%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ , ฟรีค่าประเมิน⠀ ธนาคารทหารไทยธนชาติ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.49%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีประกันอัคคีภัย⠀ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.50%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.)⠀ ธนาคารกรุงเทพ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.50%⠀ ธนาคารไทยเครดิต ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.54% โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน⠀ ธนาคารยูโอบี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.35%⠀*ข้อมูลอัปเดทล่าสุดวันที่ 3 มิถุนายน 2567*⠀⠀หมายเหตุ :* เป็นออปชั่นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดของแต่ละแบงก์ อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ควรสอบถามรายละเอียดจากผู้ให้บริการโดยตรง**กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว***เงื่อนไขและคุณสมบัติเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ของธนาคารนั้นๆ⠀ สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  10 มิถุนายน 2567

การรีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปี คุ้มค่าจริงไหม !

ดอกเบี้ยสูง !! เป็นปัญหาสำหรับคนมีบ้านมานานๆมาก เพราะเมื่อผ่อนครบ 3 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องเจอ ก็จะสูงขึ้น เพราะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว ทำให้หลายคน พยายามหาวิธีที่จะลดอัตราดอกเบี้ยบ้านให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ผ่อนต่อเดือนถูกลง และเงินที่ผ่อนไป เข้าเงินต้นมากขึ้น โดยวิธีการลดอัตราดอกเบี้ย ก็มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ 1.Retention หรือ การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ซึ่งข้อดีของการ Retention ก็คือ ไม่ต้องเตรียมเอกสารยุ่งยาก แต่อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ต่ำมากนัก 2.Refinance หรือ การขอกู้ใหม่กับธนาคารใหม่ที่ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม ส่วนข้อดีของการ Refinance คือ สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยตามที่เราต้องการได้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลายและมีโปรโมชั่นค่อนข้างดีด้วย ข้อเสียก็คือ อาจจะมีค่าใช้จ่ายตามมา และเตรียมเอกสารยุ่งยาก เพราะเหมือนการขอกู้ใหม่ หากถามว่ารีไฟแนนซ์คุ้มค่าไหม คงไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดได้ แต่ขึ้นอยู่กับการคำนวณกับโปรโมชั่นของธนาคารร่วมด้วย สรุป ผมจะให้คำแนะนำได้แค่ว่า เมื่อเราตัดสินใจที่จะรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้ถูกลงแล้ว ก็ควรต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นด้วย มันแล้วแต่ว่ารีไฟแนนซ์ได้โปรโมชั่นไหน ถ้าเสียค่าธรรมเนียม 1-2 หมื่นบาท แต่ประหยัดดอกเบี้ยได้หลายแสน แบบนี้ก็คุ้มค่าแน่นอน แต่บางคนเลือกโปรโมชั่นที่ฟรีค่าธรรมเนียม แต่ดอกเบี้ยกลับแพงกว่า ก็อาจจะทำให้โดยรวมแล้วได้ไม่คุ้มเสีย ฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์ คุณควรจะต้องพิจารณารายละเอียด และลองเปรียบเทียบความคุ้มค่าทั้งหมด ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจ เพราะบางทีความใจร้อนอาจจะทำให้คุณเสียมากกว่าได้ก็ได้ อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ที่ผ่อนบ้านใกล้จะครบ 3 ปี หรือผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้ว ควรที่จะวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน ด้วยการหาข้อมูลดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละธนาคารได้รอได้แล้ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านในปีถัดๆไป สำหรับใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการจะสอบถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถคลิกได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  05 มิถุนายน 2567

รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ทางออกหนี้ของคนมีบ้าน

ปัจจุบันหลายคนที่มีบ้านและผ่านระยะเวลาการผ่อนชำระบ้านตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ต่างก็ต้องการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว นั่นจึงทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน เป็นทางเลือกอันดับแรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึง เนื่องจากการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน คือการได้รับสิทธิ์กู้เงินอเนกประสงค์เพิ่มเติมจากมูลค่าบ้าน และเงินสดนี้ยังสามารถนำไปบริหารสภาพคล่องได้ตามที่ผู้กู้ต้องการอีกด้วย ดังนั้น ในบทความชิ้นนี้ เราจะไปหาคำตอบพร้อมกันว่า เพราะอะไรการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน จึงเป็นทางออกหนี้สำหรับคนมีบ้าน ถ้าพร้อมแล้ว เราไปติดตามรายละเอียดกันเลย นำไปปิดหนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ทำให้เราได้รับสิทธิ์ในการกู้เงินอเนกประสงค์เพิ่มเติมจากมูลค่าบ้าน โดยเงินสดก้อนนี้สามารถนำไปใช้ปิดหนี้บัตรเครดิตได้ด้วย เพราะอัตราดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิตสูงถึง 16 - 25% ซึ่งถือว่าสูงมากหากเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้อเนกประสงค์ ดังนั้น การรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน จึงเป็นข้อดีที่สำคัญที่ทำให้ได้รับเงินกู้เพื่อมาปิดหนี้ดังกล่าว นอกจากนำเงินไปปิดภาระหนี้ต่างๆแล้ว การรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงินที่ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ยังคุ้มค่าที่จะนำเงินไปจัดสรรเรื่องการเงินด้านอื่นๆได้อีกด้วย นำไปบริหารสภาพคล่อง ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อใดชีวิตจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งหลายคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง มีคนในครอบครัวต้องดูแล หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจต่างต้องการบริหารสภาพคล่อง การรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เรามีเงินนำไปใช้บริหารสภาพคล่องหรือเหตุจำเป็นต่าง ๆ ในชีวิต โดยใช้อสังหาริมทรัพย์อย่างที่อยู่อาศัยมาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ ซึ่งทำให้เราได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงอย่างมาก นี่จึงเป็นข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามของการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน นำไปต่อเติมและซ่อมแซมบ้าน การต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยมานานหลายปีเป็นเรื่องปกติ ซึ่งหากผ่อนบ้านครบ 3 ปี ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะได้รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน เพราะนอกจากได้ดอกเบี้ยบ้านที่ถูกลง การรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ยังช่วยให้ได้เงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ต่อเติมให้บ้านได้มีฟังก์ชันแบบที่ต้องการ ได้ใช้งานจริง และช่วยซ่อมแซมให้บ้านกลับมามีชีวิตชีวาน่าอยู่อีกครั้ง คำถามสำคัญ รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ที่ไหนได้บ้าง ? ㅤㅤการรีไฟแนนซ์บ้าน คือการปิดภาระหนี้ก้อนเดิมด้วยวงเงินกู้ใหม่ โดยใช้บ้านหลังเดิมเป็นหลักประกัน ดังนั้น สามารถยื่นกู้จากธนาคารไหนก็ได้ที่ช่วงเวลานั้นมีโปโมชันการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ยกเว้น ธนาคารเดิมที่มีภาระหนี้อยู่ ㅤㅤแต่หากต้องการใช้ธนาคารเดิม จะเรียกว่าเป็นการรีเทนชั่น (Retention) หรือการขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม โดยธนาคารเดิมจะทำการประเมินประวัติการชำระสินเชื่อบ้านว่าตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ จากนั้นธนาคารจะเสนออัตราดอกเบี้ยใหม่ในวงเงินกู้เดิมให้กับเรา ซึ่งข้อดีของการรีเทนชั่น (Retention) จะไม่มีภาระค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมต่างๆตามมา แต่อาจจะไม่ได้อัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับการ รีไฟแนนซ์บ้าน สรุป ㅤㅤการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงินเป็นทางออกหนี้สำหรับผู้มีบ้าน ที่ทำให้เรามีเงินก้อนสามารถนำไปปิดหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดต่าง ๆ และทำให้เรามีเงินนำไปใช้จ่ายจำเป็นในชีวิต หรือที่เรียกว่าเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงช่วยให้เรามีเงินก้อนนำไปต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ก่อนรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน ควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อเสนอกับธนาคารเดิม หากไม่ติดสัญญาหรือผิดเงื่อนไข เราก็สามารถดำเนินการรีไฟแนนซ์บ้านได้เลย ㅤㅤทุกข้อสงสัยและทุกคำถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงินจะเป็นเรื่องง่าย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณ เพียงรับคำปรึกษาด้านการเงินจากผู้เชี่ยวชาญ Lumpsum คลิกที่เว็บไซต์ www.lumpsum.in.th หรือที่แอปพลิเคชัน Lumpsum บนระบบ IOS และ Android เพราะเราอยากเห็นทุกคนมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีตลอดไป สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  Lumpsum วางแผนการเงิน


  30 พฤษภาคม 2567

เช็กให้ชัวร์ก่อนรีไฟแนนซ์ !! กับ 2 ทางเลือกรีไฟแนนซ์ ที่อาจจะไม่ช่วยประหยัดเงิน อย่างที่คิด

เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี หลายคนก็พยายามหารีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย และลดเงินที่ต้องจ่าย แต่รู้หรือไม่ว่ามีการรีไฟแนนซ์บางประเภท ที่อาจจะไม่ทำให้เราประหยัดเงินได้อย่างที่คิด 1.เลือกรีไฟแนนซ์และทำให้ค่างวดที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนต่ำลง แน่นอนว่าการรีไฟแนนซ์แล้วทำให้ค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนต่ำลง นั้นมีข้อดี ทำให้เราผ่อนต่อเดือนน้อยลง ทำให้มีกระแสเงินสดเพิ่ม สภาพคล่องดีขึ้น แต่บ้านเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ถ้าเราผ่อนต่อเดือนน้อย เงินที่จะเข้าไปตัดเงินต้น ก็น้อยลงด้วยเช่นกัน ทำให้เราต้องผ่อนนานขึ้น และเสียดอกเบี้ยนานขึ้นนั่นเอง การเลือกรีไฟแนนซ์แบบทำให้ค่างวดต่ำลง ผมมองว่าเหมาะกับคนที่กำลังขาดสภาพคล่อง เริ่มผ่อนไม่ไหว หรือรายได้ลดลง แต่ถ้าหากอยากประหยัด จ่ายดอกเบี้ยน้อยที่สุด และหมดหนี้ไวๆ ทางเลือกนี้ก็จะไม่ตอบโจทย์ครับ 2.ทำการรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด หลายคนในปัจจุบัน รู้สึกว่าตัวเองโดนอัตราดอกเบี้ยสูง เลยอยากที่จะรีไฟแนนซ์ไวๆ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย แต่ถ้าหากว่าคุณยังผ่อนกับที่เก่ามาไม่ครบตามที่กำหนดหรือส่วนใหญ่ก็คือประมาณ 3 ปีเนี่ย แล้วไปทำการรีไฟแนนซ์เลย คุณจะโดนเบี้ยปรับนะครับ โดยส่วนใหญ่จะปรับกันอยู่ที่ 3% ของวงเงินกู้คงเหลือ ถ้าเราเหลือยอดหนี้อยู่ 3 ล้าน เราจะโดนเบี้ยปรับถึง 90,000 บาทเลย ก่อนที่จะรีไฟแนนซ์ก็อย่าลืมตรวจสอบพวกข้อกำหนดต่างๆด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะได้ประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด บทความที่เกี่ยวข้อง -ไขข้อข้องใจ ทำไมผ่อนบ้านหลังเดียว แต่เสียดอกเบี้ยเป็นล้าน ! -เลือกสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแบบไหนให้คุ้มค่า -5 เหตุผลดีๆ ที่ควรทำการรีไฟแนนซ์บ้าน สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  30 พฤษภาคม 2567

ไขข้อข้องใจ ทำไมผ่อนบ้านหลังเดียว แต่เสียดอกเบี้ยเป็นล้าน !

การผ่อนบ้าน 1 หลังเนี่ย แทบจะได้พูดว่า ได้บ้านหลังเดียว แต่จ่ายเงินเหมือนซื้อ 2 หลัง ยังไงยังงั้น ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ สมมุติว่าเราซื้อบ้านมาในราคา 3 ล้านบาท เมื่อรวมดอกเบี้ยครบแล้ว เราอาจจะเสียเงินรวมทั้งหมดทั้งดอกและเงินต้น รวมๆแล้ว 6 ล้านเลยก็ได้ แล้วทำไมการผ่อนบ้าน ถึงทำให้เสียเงินแพงขนาดนี้ ? วันนี้ผมในฐานะครีเอเตอร์ด้านการเงิน จะมาหาคำตอบให้ทุกคนพร้อมๆกันครับ 1.วงเงินกู้ผ่อนบ้านสูง ดอกเบี้ยก็เลยสูงตาม ปัจจุบันในกรุงเทพ บ้านที่ราคา 1 ล้าน 2 ล้าน เราแทบจะไม่เห็นกันแล้ว ฉะนั้น ยิ่งวงเงินกู้ของเราสูงมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ก็สูงมากเท่านั้น 2.ระยะเวลาในการผ่อนบ้านนาน บ้าน เป็นสินทรัพย์ที่มีราคาแพง ถ้าไม่มีเงินก้อน ยังไงก็ต้องผ่อนกันนาน แล้วระยะเวลาที่นาน ก็ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องเสียทุกๆเดือน ผ่อนตั้งแต่เริ่มทำงานยันเกษียณกันเลย ว่างั้นเถอะ พอหลายเดือนเข้า มันก็ยิ่งแพงนั่นเอง 3.อัตราดอกเบี้ยในการผ่อนบ้านสูง ข้อสุดท้ายเลย ที่ทำให้เราเสียดอกแพงก็คือการคิดอัตราดอกเบี้ยนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แบงก์ต่างๆจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ ในระยะเวลา 3 ปีแรก และพอปีต่อไปดอกเบี้ยก็ดีดขึ้นสูง ทำให้ยิ่งผ่อน ยิ่งท้อ แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลง ผ่อนน้อยลง ? 1.โปะเงินเพิ่มเข้าไป สิ่งที่เราทำได้ก็คือการโปะเงินเพิ่มเพื่อทำให้เงินที่โปะเพิ่มไปตัดเงินต้นล้วนๆ และพอเงินต้นลด ดอกเบี้ยที่ต้องเสียก็ลดตาม เพียงแค่โปะเงินเพิ่มเดือนละ 100 ก็สามารถช่วยลดดอกเบี้ยได้หลักหมื่น 2.ไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน และอีก 1 สิ่งที่สำคัญ ก็คือการ รีไฟแนนซ์บ้าน ที่จะสามารถทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงให้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นตลอดเวลา ยิ่งอัตราดอกเบี้ยต่ำ เงินที่ต้องเสียให้กับดอกเบี้ยก็น้อยลง เงินที่ผ่อนทุกเดือน ก็ไปเข้าเงินต้นมากขึ้น ทำให้เราผ่อนบ้านได้หมดไวขึ้นนั่นเอง บทความที่เกี่ยวข้อง 5 คำถามที่หลายคนสงสัย เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน 4 เทคนิคปลดหนี้บ้านให้หมดไว จ่ายดอกเบี้ยถูกลงหลักแสน สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  21 พฤษภาคม 2567

เปลี่ยนหนี้บ้านก้อนใหญ่ ให้กลายเป็นหนี้จิ๋ว เพียงแค่รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน

ใครที่ผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้วรู้สึกว่าดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือนมันเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จ่ายไปตั้งเยอะ แต่เข้าเงินต้นเพียงน้อยนิด ต้องฟังทางนี้เลย ธนาคารออมสินกำลังมีโปรรีไฟแนนซ์บ้านสุดเด็ดดวง ที่ใน 3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.950% เท่านั้น ไม่ถึง 3% เลย จุดเด่นของการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน - อัตราดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดภาระการผ่อนชำระ ประหยัดค่าใช้จ่าย - ได้วงเงินกู้รวมสูงสุด 110% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ - ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี - สามารถกู้เพิ่มเติมเพื่ออุปโภคบริโภคได้ ซึ่งโปรรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน ก็มีเลือกถึง 3 แบบด้วยกัน โดยอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป 1.ผ่อนบ้านในราคา 1-5 ล้าน แบบไม่รับการสนับสนุนค่าจดจำนอง - จะได้อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุด เฉลี่ย 3 ปีแค่ 2.950% เท่านั้น 2.ผ่อนบ้านในราคา 1-5 ล้าน แบบรับการสนับสนุนค่าจดจำนอง - จะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 3.280% 3.แต่ถ้าขอกู้เพิ่มเติมด้วย จะโดนดอกเบี้ยที่สูงกว่า - จะได้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.490% ซึ่งถ้าเน้นประหยัดจริงๆ ก็ให้เลือกในรูปแบบที่ 1 เพราะจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด และผ่อนเข้าไปตัดเงินต้นมากที่สุด คุณสมบัติของผู้ที่จะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน 1.เป็นลูกค้าที่มีสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินอื่น 2.มีประวัติการชำระหนี้ดี ปัจจุบันไม่มีหนี้ค้างชำระ 3.มีอาชีพและรายได้แน่นอน ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน 1.ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประเภทสินเชื่อเคหะ และสินเชื่อบุคคล -วงเงินขอกู้ไม่เกิน 1,000,000 บาท จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,000 บาท -วงเงินขอกู้ตั้งแต่ 1,000,001 – 3,000,000 บาท จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,800 บาท -วงเงินขอกู้ตั้งแต่ 3,000,001 บาทขึ้นไป จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 3,700 บาท 2.ค่าตรวจสอบสภาพที่ดิน และหรืออาคาร ครั้งละ 800 บาท 3.ค่าตรวจสอบผลการปลูกสร้างหรือต่อเติมซ่อมแซมอาคาร ครั้งละ 800 บาท สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารออมสิน ข้อดีหลักๆ ของการมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสินคือได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกมาก เฉลี่ย 3 ปีดอกเบี้ยต่ำสุดอยู่ที่ 2.950% และสามารถขอกู้เพิ่มได้ด้วย สำหรับใครที่ต้องการจะนำเงินมาตกแต่งบ้านเพิ่ม หรือใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ด้วย มีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลาย เช็กดอกเบี้ยของธนาคารอื่นๆได้ทีนี่ >> ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเดือนพฤษาคม 2567 สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  20 พฤษภาคม 2567

แจกฟรีตารางผ่อนบ้าน พร้อมเคลียร์ชัดผ่อนบ้านทีทำไมถึงเสียดอกเบี้ยเป็นล้าน!!

เชื่อว่าหลายคนที่อาจซื้อบ้านมาแล้ว หรือกำลังสนใจอยากมีบ้านสักหลัง ก็คงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง ว่าถ้าเราผ่อนบ้านสักหลัง ผ่อนไปเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีเงินที่จ่ายไปก็แทบจะซื้อบ้านหลังข้างๆเพิ่มได้อีกหนึ่งหลังกันเลยทีเดียว แต่ถ้าดูจากเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆดอกเบี้ยบ้านก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาก แล้วทำไมเราถึงเสียดอกเบี้ยมากมายขนาดนี้กันวันนี้ผมจะพาไปไขข้อข้องใจพร้อมเคลียร์กันชัดๆ คำนวณกันแบบบรรทัดต่อบรรทัด ด้วย ตารางผ่อนบ้าน ที่เราทำแจกฟรี ให้หายสงสัยกันไปเลย ถ้าใครอยากลองเอา ตารางผ่อนบ้าน ไปใส่ตัวเลขยอดกู้และดอกเบี้ยของตัวเอง เพื่อคำนวณไปพร้อมๆกับเราก็สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ตารางผ่อนบ้าน คลิกที่นี่ 1.ยอดกู้ อัตราดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลา ก่อนอื่นเราจะใส่ตัวแปรสำคัญในการคิดดอกเบี้ยบ้านกันก่อน ยอดเงินกู้ สำหรับยอดเงินกู้ เราจะใส่จำนวนเงินที่เรากู้จริงกับธนาคาร โดยไม่สนใจว่าราคาบ้านจริงๆเท่าไหร่ ดาวน์ไปเท่าไหร่ เอาแค่วงเงินกู้หรือเงินต้นที่จะถูกคิดดอกเบี้ยเท่านั้น อัตราดอกเบี้ย สำหรับอัตราดอกเบี้ย เราจะใส่อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจริงๆแบบปีต่อปี ซึ่งตารางผ่อนบ้านนี้ ผมปรับรูปแบบใหม่ให้สามารถใส่อัตราดอกเบี้ยโปรโมชันในแต่ละปีที่อาจไม่เท่ากัน จะได้คำนวณชัดๆกันไปเลย ซึ่งหากใครใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงดอกเบี้ย MRR (Minimum Loan Rate) แล้วมีโปรโมชันส่วนลดเพิ่มเติม ก็ให้ใช้ตัวเลข MRR ปัจจุบัน - ส่วนลด ได้เลย เช่น MRR 7.25% - 3.75% = 3.5% เราก็จะใช้ตัวเลข 3.5% ไปเป็นอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณ ค่างวด อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญไม่แพ้สองข้อข้างบน ก็คือ ค่างวด เพราะยิ่งผ่อนจ่ายในแต่ละงวดเยอะ ก็มีโอกาสที่เงินจะเข้าต้นเยอะขึ้นและแน่นอนว่าก็ช่วยให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ลดลงไปด้วย ระยะเวลา แม้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่เราผ่อนกันอาจจะดูไม่สูงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทอื่นๆ แต่พอเราผ่อนกันยาวๆ เสียดอกเบี้ยหลายๆปี ก็เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมเยอะตามไปด้วย 2.ต้องจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเท่าไหร่ หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าการผ่อนบ้านสักหลัง แค่เรามีความสามารถในการจ่ายไหวผ่อนได้ก็น่าจะพอสำหรับการซื้อบ้านสักหลังแล้ว แต่ถ้ารู้ว่าดอกเบี้ยที่ต้องเสียไปเท่าไหร่ คุณอาจจะอยากทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยและคอยจัดการให้ดอกเบี้ยต่ำสม่ำเสมอ ซึ่งใน ตารางผ่อนบ้าน เมื่อใส่ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ตารางจะคำนวณออกมาให้ทั้งหมดเลยว่าถ้าผ่อนแบบเงื่อนไขนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่ทำให้ดอกเบี้ยต่ำสม่ำเสมอจะต้องเสียดอกเบี้ยเท่าไหร่ ซึ่งผมได้ทำตารางสรุปดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไว้ 2 ส่วน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดตลอดสัญญา ในตัวอย่างที่ผมกำหนดไว้ก็คือ 30 ปี ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นระยะเวลาในการทำสัญญาผ่อนบ้านที่หลายคนใช้ และถ้าดูจากตัวอย่างนี้ บ้านราคา 3,000,000 บาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 2,682,751 บาท เลยทีเดียว !! ดอกเบี้ยและเงินต้นที่ต้องจ่ายในช่วง 3 ปี ที่ผมแยกให้แบบนี้ เพราะ ตารางผ่อนบ้านนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการคำนวณเพื่อวางแผนที่จะรีไฟแนนซ์ได้ด้วย เพราะในปัจจุบันแต่ละธนาคารก็ออกโปรโมชันออกมามากมาย เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าไปรีไฟแนนซ์ด้วย แต่ละโปรโมชันก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนั้นสามารถใช้ ตารางผ่อนบ้าน นี้ไปเปรียบเทียบชัดๆได้เลยว่าา หากเรารีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ แล้วต้องผ่อนเท่านี้เจออัตราดอกเบี้ยเท่านั้น ตลอด 3 ปีเงินที่จ่ายเข้าไปแต่ละงวดจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่และจะเหลือเข้าต้นเท่าไหร่ แถมเพิ่ม !!! ช่องค่าใช้จ่ายการดำเนินการที่เป็นอีกภาระค่าใช้จ่ายสำคัญในการรีไฟแนนซ์ที่หลายคนมักหลงลืม ซึ่งช่องนี้ผมให้กรอกตัวเลขไว้เฉยๆครับจะได้ไม่ลืม แต่สุดท้ายให้เอา ดอกเบี้ยรวม 3 ปี + ค่าใช้จ่ายการดำเนินการ = รายจ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์ ซึ่งสามารถเอาไปเทียบกับการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ หรือ ขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมได้เลยว่า แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน !!! 3.ทำไมถึงเสียดอกเบี้ยเป็นล้าน ดอกเบี้ยบ้านถูกคำนวณแบบลดต้นลดดอก หรือ Effective Rate โดยตัวแปรสำคัญหลักๆส่วนแรกก็คือ ยอดเงินต้นที่กู้กับธนาคารและอัตราดอกเบี้ย ถ้าเงินต้นสูง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ต้องสูง ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ต้องสูง เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เทียบกันชัดๆผ่าน ตารางผ่อนบ้าน กันไปเลย ในตัวอย่างจะเห็นว่าช่วงปีที่ 1 หรือ งวดที่ 1-12 เป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ เงินที่จ่ายเข้าไปแต่ละงวดจะเข้าดอกเบี้ยน้อยและจะเข้าเงินต้นเป็นส่วนใหญ่ แบบนี้จะยิ่งทำให้ยอดหนี้ลดลงเร็วขึ้น แต่พอเริ่มเข้าช่วงปีที่ 2 หรือ ตั้งแต่งวดที่ 13 ถ้าผ่อนแบบขั้นบันได อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มสูงขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย อย่างในตัวอย่างดอกเบี้ยปรับขึ้นจาก 4,000 บาท เป็น 8,000 บาท เรียกได้ว่าขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นในช่วงหลังหมดโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษ อย่างในตัวอย่างนี้คือปีที่ 4 เป็นต้นไปที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MRR เป็นหลัก ถึงยอดผ่อนต่อเดือนจะขยับไปที่ 16,000 บาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 75% ของค่างวดเลยทีเดียว และแม้ว่าเราจะผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเช่นกัน เงินที่จ่ายไปส่วนใหญ่ก็ยังไปเข้าฝั่งของดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นอยู่ดี หากเรามองระยะสั้น การผ่อนแบบ 6 เดือน 1 ปี 3 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวมๆก็อาจจะไม่ได้สูงมาก แต่สำหรับภาระหนี้ก้อนใหญ่อย่างบ้าน เราผ่อนกันยาวๆ 30 ปี 40 ปี ดังนั้น เมื่อระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย เดือนละหลักพัน หลักหมื่น รวมๆแล้วก็ทำให้เราต้องเสียดอกเบี้ยกันเป็นล้านๆ เกือบได้บ้านกันอีกเป็นหลังๆ เพราะตัวแปรสำคัญคือ เวลา นั่นเอง น่าจะเห็นภาพชัดขึ้นผ่าน ตารางผ่อนบ้าน ที่วันนี้เอามาฝากกันนะครับ ว่าตัวแปรสำคัญมาจาก ยอดเงินต้นที่กู้กับธนาคารสูง อัตราดอกเบี้ย ค่างวด และระยะเวลาผ่อนที่นานเลยเป็นสาเหตุทำให้ผ่อนบ้านกันทีเสียดอกเบี้ยกันเป็นล้าน แล้วบ้านที่คุณกำลังผ่อนอยู่หรือกำลังสนใจอยากจะซื้อ เสียดอกเบี้ยเท่าไหร่ ลองไปคำนวณผ่าน ตารางผ่อนบ้านกันดูครับ… 📍ดาวน์โหลดไฟล์ตารางผ่อนบ้านได้ที่นี่ คลิกเลย สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line :@lumpsumofficial

  เทส ธนสิทธิ์


  15 พฤษภาคม 2567

จ่ายหนี้บ้านไม่ไหว กลัวรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้ ทำไงดี?

ใน ปัจจุบัน คนไทยกำลังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างหนัก โดยล่าสุดหนี้ครัวเรือนของไทยทะลุ 16.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.9% ของ GDP ซึ่งก็มีหลายคนเลยที่กำลังติดอยู่ในวังวนของหนี้ ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้รถ และหนี้บ้าน แถมไม่กล้าที่จะไปปรับโครงสร้างหนี้หรือรับการช่วยเหลือเพราะกลัวว่าในอนาคตจะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อีก เพราะจะมีประวัติติดตัวเราไป และในด้านการผ่อนจ่ายหนี้บ้าน ก็มีลูกเพจทักเข้ามาถามผมเช่นเดียวกันว่า ตอนนี้เริ่มจะผ่อนค่าบ้านไม่ไหวแล้ว มีวิธีการจัดการอย่างไร ถ้าเข้ารับโครงการปรับโครงสร้างหนี้ จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้หรือไม่ ผมอยากให้มองเป็น 2 กรณีแบบนี้นะครับ กรณีที่ 1 ผ่อนต่อไม่ไหวจริงๆ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไปต่อไม่ได้ แบบนี้ควรเข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤต ณ ตอนนี้ไปได้ก่อน แต่อาจจะเสียผลประโยชน์ในการรีไฟแนนซ์ไป แต่ถ้าเราสามารถกลับมาผ่อนจ่ายตามปกติแล้ว ก็ไม่ต้องกังวล ให้เราผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆก่อน เพื่อรักษาเครดิตครั้งใหม่ แล้วค่อยไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์ใหม่อีกครั้ง กรณีที่ 2 ยังผ่อนต่อไหวอยู่ ทางที่ดีก็คือให้ผ่อนต่อไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้เราสามารถรีไฟแนนซ์ง่าย และทำธุรกรรมการเงินอื่นได้ง่ายตาม สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้ายังผ่อนไหวอยู่ ก็ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ เพราะจะทำให้เสียเครดิตและเสียค่าปรับเพิ่มอีก และพอจะทำการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดดอกเบี้ย ก็อาจจะทำได้ยาก เพราะสถาบันการเงินอาจจะมองว่าในช่วงเวลานึงคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ตรงตามที่กำหนดหรือทำสัญญากันไว้ได้ แต่ถ้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ไปปรับโครงสร้างหนี้ซะ ก่อนที่หนี้ของคุณจะลุกลามเพิ่มเติม สำหรับใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารกรุงศรี สามารถ คลิกที่นี่ หรือ แอด Line https://url.in.th/line-refinance

  ธนากร นวมรัตน์


  01 เมษายน 2567

รวมโปรฯ รีไฟแนนซ์ ประจำเดือนมีนาคม 2567

ธนาคารเกียรตินาคิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.30% โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ค่าจดจำนอง , ค่าอากรแสตมป์ , ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.39%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าอากรแสตมป์ , ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก ธนาคารไทยพาณิชย์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.42%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ ธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.40%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ 6 เดือนแรกปลอดชำระ , ฟรีค่าประเมิน ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.49%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.) ฟรีค่าประเมิน , ค่าประกันอัคคีภัย ธนาคารกรุงเทพ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.57% ธนาคารทหารไทยธนชาติ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.60%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีประกันอัคคีภัย ธนาคารกรุงไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.60% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.85%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.) ธนาคารไทยเครดิต ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.15%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , กู้เอนกประสงค์เพิ่มได้ ดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 0% ต่อปี ธนาคารยูโอบี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.60%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าอากรแสตมป์ , ค่าประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับ Lumpsum สมัครครั้งเดียวยื่นได้หลายธนาคาร **ข้อมูลอัปเดทล่าสุดวันที่ 5 มีนาคม 2567**

  ธนากร นวมรัตน์


  06 มีนาคม 2567

ไม่โปะ ไม่รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยอาจแพงกว่าค่าบ้าน

ดอกเบี้ย เป็นสิ่งที่คนผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หลายคนเกลียด เพราะเหมือนเป็นการเสียเงินไปเปล่าๆ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย โดยเฉพาะกับดอกเบี้ยบ้าน บางคนจ่ายค่าบ้านเดือนละ 15,000 แต่เข้าเป็นเงินต้นเพียง 3,000 ส่วนอีก 12,000 เข้าดอกล้วนๆ นั่นหมายความว่าถ้าเราผ่อนบ้าน โดยที่ไม่ทำอะไรเลย เงินที่ผ่อนไปทุกๆเดือน จะเข้าไปเป็นค่าดอกเบี้ย และเข้าไปตัดต้นเพียงน้อยนิด ถ้าสมมุติว่าเราผ่อนบ้านในราคา 2 ล้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ 5% และผ่อนไปเรื่อยๆ เมื่อผ่อนจนครบแล้ว เราจะเสียเงินรวมดอกเบี้ยทั้งหมด 3,865,115 บาท ราคามากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว !! (ซื้อบ้าน 2 ล้าน แต่เสียเงินไปเกือบ 4 ล้าน) เราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ 2 ตัวช่วยหลัก อย่างการโปะ กับการรีไฟแนนซ์เพื่อประหยัดเงินที่จะต้องเสียให้ได้มากที่สุด -การโปะ จะเป็นการจ่ายเงินเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้าเราผ่อนปกติเดือนละ 15,000 จะเข้าเงินต้นเพียง 3,000 ส่วนอีก 12,000 เป็นดอกเบี้ย ก็ให้เราจ่ายเพิ่มไปเป็น 20,000 บาท เพราะส่วนที่เพิ่มมาจะเข้าเงินต้นล้วนๆ เป็นเข้าดอกเท่าเดิมที่ 12,000 ส่วนอีก 8,000 จะเป็นเงินต้น และพอเราโปะไปเรื่อยๆ จำนวนเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องเสียในแต่ละเดือนก็จะลดลงตามไปด้วย -การรีไฟแนนซ์บ้าน จะเป็นการขอกู้กับธนาคารใหม่ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลง จากปกติที่ต้องผ่อนในอัตราดอกเบี้ย 5% ถ้าเราสามารถรีไฟแนนซ์ไปหาธนาคารใหม่ ที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 3% ต่อปี ก็จะลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนไปได้เยอะเลย โดยการรีไฟแนนซ์ควรทำทุกๆ 3 ปี หรือหลังจากหมดสัญญา เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำอยู่เสมอ สรุป ซึ่งในมุมมองของผม ก็มองว่าสำหรับคนที่ผ่อนบ้านอยู่ ควรทำทั้ง 2 อย่างคู่กันเลย ทั้งการโปะและรีไฟแนนซ์ ถ้าโปะเพิ่มต่อเดือนไม่ไหวเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ก็สามารถรอเงินโบนัสสิ้นปี แล้วโปะเพิ่มทีเดียวก็ได้ เป็นการลดเงินต้นได้เหมือนกัน และพอผ่อนครบกำหนดหรือครบ 3 ปี ก็ไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยต่ำอยู่ตลอดเวลา

  ธนากร นวมรัตน์


  05 มีนาคม 2567

4 เทคนิคปลดหนี้บ้านให้หมดไว จ่ายดอกถูกลงหลักแสน

ใครที่กำลังเริ่มต้นผ่อนบ้านหรือผ่อนบ้านมานานแล้ว แต่รู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปแต่ละงวด มันเข้าเงินต้นน้อยซะเหลือเกิน ยิ่งผ่อนยิ่งท้อ ไม่รู้ว่าจะผ่อนหมดชาติไหน เอ้ย! ปีไหน แถมในการประชุมล่าสุด กนง.ก็มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% เท่าเดิม ทำให้คนที่ผ่อนบ้านอยู่ ก็ต้องเจอกับอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงต่อไป 4 เทคนิคที่จะทำให้เพื่อนๆที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ ได้บ้านมาเป็นของตัวเองไวขึ้น และจ่ายดอกเบี้ยถูกลง จะมีอะไรบ้าง 1.จ่ายเกินค่างวด ในทุกๆงวด อย่างที่ทุกคนเจอ ถ้าเราจ่ายค่างวดในจำนวนเงินที่กำหนด เงินที่ผ่อนไปส่วนใหญ่มันจะเข้าดอกล้วนๆเลย อย่างที่เห็นในข่าวก่อนหน้านี้ ที่มีคนผ่อนบ้านเดือนละ 14,200 บาท แต่เข้าเป็นเงินต้นแค่ 580 บาท ที่เหลือคือเข้าดอกเบี้ยล้วนๆ แต่ถ้าหากอยากให้เข้าเงินต้นมากกว่านี้ ก็ต้องโปะเพิ่ม เพื่อให้มันเข้าไปตัดเงินต้นแบบ 100% เลย 2.รอโบนัส แล้วเอามาโปะทุกๆสิ้นปี สำหรับใครที่เป็นสายมนุษย์เงินเดือน ทำงานออฟฟิศ รายได้ในแต่ละเดือนอาจจะไม่สูงมาก พอที่จะจ่ายค่างวดเกินได้ทุกงวด ก็สามารถรอโบนัสในช่วงสิ้นปี มาโปะเลยทีเดียว เพราะมันจะเข้าไปตัดเงินต้นของเราได้เลย ทำให้ดอกเบี้ยในปีต่อไปก็น้อยลงด้วย 3.ขอลดดอกเบี้ยกับทางธนาคารที่กู้มาหรือที่เรียกกันว่าการรีเทนชั่น (Retention) เป็นการขอปรับอัตราดอกเบี้ยกับทางธนาคารที่เรากู้ จะสามารถทำได้หลังจากผ่อนมาแล้ว 3 ปี ซึ่งข้อดีคือขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพราะทำกับทางธนาคารเก่า แต่ข้อเสียก็คือ ดอกเบี้ยที่ปรับลดลงมา อาจจะลดได้ไม่มากนัก แต่ก็ดีกว่าผ่อนในจำนวนดอกเบี้ยเท่าเดิมแน่ๆ 4.รีไฟแนนซ์ (Refinance ) กับธนาคารใหม่ เป็นการขอกู้ใหม่กับทางธนาคารใหม่ ซึ่งจะทำได้หลังจากหมดสัญญากับทางธนาคารเก่าแล้ว โดยส่วนใหญ่จะทำได้หลังจากผ่อนไปแล้ว 3 ปี ซึ่งข้อดีของการรีไฟแนนซ์คือ ดอกเบี้ยจะถูกลงมาก เพราะเราสามารถเลือกได้เองเลย ในปัจจุบันหลายๆธนาคารก็ออกโปรกันกระหน่ำ เพื่อแย่งลูกค้ากัน ข้อเสียก็คือ อาจจะมีกระบวนการเยอะ เพราะเหมือนกับการขอกู้ใหม่เลย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นผ่อนบ้าน ก็อาจจะทำได้แค่การโปะเพิ่มในทุกๆเดือน หรือตอนโบนัสออก และรอเวลาให้ครบ 3 ปี แล้วมาตัดสินใจอีกทีว่าจะทำการรีเทนชั่นหรือรีไฟแนนซ์ ให้ดูจำนวนเงินที่ต้องจ่ายโดยรวมเป็นหลัก ถ้ารีเทนชั่นแล้วดอกเบี้ยลดน้อย ต้องจ่ายแพงอยู่ดี ก็ให้หันไปรีไฟแนนซ์เพราะมีทางเลือกมากกว่า เราสามารถเลือกดอกเบี้ยและโปรโมชั่นที่เหมาะกับเราได้ด้วย เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษา รวมถึงลูกค้าสามารถส่งการสมัครผ่านทางระบบของเราได้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก หรือผ่านทาง LINE OA: @lumpsumofficial

  ธนากร นวมรัตน์


  16 กุมภาพันธ์ 2567

รวมโปรฯ รีไฟแนนซ์ ประจำเดือนมกราคม 2567

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.29%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าอากรแสตมป์ , ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก ธนาคารเกียรตินาคิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.3% โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ค่าจดจำนอง , ค่าอากรแสตมป์ , ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ธนาคารทหารไทยธนชาติ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.5%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีประกันอัคคีภัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.5%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.) ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.55%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บ.) ฟรีค่าประเมิน , ค่าประกันอัคคีภัย ธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.6%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ 6 เดือนแรกปลอดชำระ , ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 30,000 บาท) ธนาคารกรุงไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.62%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนอง (สูงสุด 200,000 บาท) ธนาคารไทยเครดิต ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.66%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , กู้เอนกประสงค์เพิ่มได้ ดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 0% ต่อปี ธนาคารยูโอบี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.34%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าประเมิน , ฟรีค่าอากรแสตมป์ , ค่าประกันอัคคีภัย 3 ปีแรก ธนาคารไทยพาณิชย์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 6.2%โปรโมชันพิเศษ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ ธนาคารกสิกรไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 7.3% สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับ Lumpsum สมัครครั้งเดียวยื่นได้หลายธนาคาร **ข้อมูลอัปเดทล่าสุดวันที่ 4 มกราคม 2566**

  หนึ่ง ศราพงค์


  05 มกราคม 2567

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม