ปั้นพอร์ตเงินล้าน ยากสุดแค่ "ล้านแรก"

หากว่ากันตามตรง "ล้านแรก" ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเราเริ่มต้นจาก 0ต้องลงมือทำ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่หมด ใส่ความคิด แรงกายและหยาดเหงื่อ เพื่อที่จะได้เงิน "ล้านแรก" มาแต่เชื่อมั้ยครับว่า "ล้านต่อไป" มันจะง่ายขึ้นแต่จะง่ายขึ้นเพราะอะไรนั้นเราไปหาคำตอบพร้อมกันดีกว่าครับ 3 พลังประสาน สร้างพอร์ตเงินล้าน 3 พลังประสาน สร้างพอร์ตเงินล้าน สำหรับการปั้นพอร์ตการลงทุน 3 สิ่งนี้จะคอยสอดประสานช่วยกัน 1. เงินต้น ยิ่งมากยิ่งดี เทียบได้กับโลกของการทำธุรกิจ ยิ่งทุนหนา สายป่านยาว ก็ยิ่งได้เปรียบ กับโลกการลงทุนก็ไม่ต่างกัน 2. ผลตอบแทน ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะยิ่งทบกับเงินต้นที่ลงทุนไปก็ยิ่งโตเร็วเท่านั้น เสมือนปลูกต้นไม้ถูกกับสภาพดินและอากาศ 3. เวลา ยิ่งนานยิ่งดี ช่วยสะสมความมั่งคั่ง และลดความเสี่ยงจากความผันผวน ทำไมเงินล้านแรกถึงหายากที่สุด ? ทำไมเงินล้านแรกถึงหายากที่สุด ล้านแรกยากที่สุด ใช้เวลานานที่สุด เพราะเราเริ่มต้นจาก 0 แต่พอล้านต่อไป (ล้านที่สอง สาม สี่ และล้านต่อไป) เราไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 อย่างล้านที่ 2 เราต่อยอดจากล้านแรก ล้านที่ 3 มีต้นทุนจาก 2 ล้านแรก ฉะนั้น ยิ่งเราลงมือทำต่อเนื่อง เงินล้านต่อไปก็จะยิ่งง่ายและใช้เวลาน้อยลง ทำไมเงินล้านต่อไปถึงง่ายขึ้น ? ทำไมเงินล้านต่อไปถึงง่ายขึ้น ล้านต่อไปจะง่ายยิ่งขึ้น เพราะไม่ได้เริ่มจาก 0 แถมในโลกความเป็นจริง เรามักจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ตามอายุหรือตามประสบการณ์ ฉะนั้น เราจึงสามารถนำเงินมาลงทุนเพิ่มได้ และหากทำได้สม่ำเสมอ เงินต้นที่เรานำมาลงทุนเพิ่มในแต่ละปีก็ยิ่งทำให้ตั้งแต่ล้านที่ 2 เป็นต้นไป ทำได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย บทสรุป บทสรุป

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  24 พฤศจิกายน 2565

ตั้งเป้าหมายวางแผนการเงินตามหลัก SMART

"มันน่าเสียดายที่ตายแล้วยังใช้เงินไม่หมด แต่มันน่าสลดหากเงินหมดแล้วยังไม่ตาย" ในโลกทุนนิยมที่ถูกขับเคลื่อนไปด้วยเงิน ทุกคนต้องใช้เงินตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้น สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย คือ เงินหมดแล้วยังไม่ตาย ทำอย่างไรให้เงินไม่หมดก่อนตาย หรือมีเงินพอใช้จนตัวตาย ? ต้องวางแผนการเงินและการลงทุน และต้องเริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ดี เพราะการมีเป้าหมายการเงินที่ดี ก็เหมือนมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เป้าหมายการเงินที่ดีเป็นอย่างไร ? เป้าหมายการเงินที่ดีควรเป็นเป้าหมายการเงินตามหลัก SMART คือ 1. มีความชัดเจน (Specific) ต้องถูกกำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ เช่น อยากมีบ้าน มีรถ อยากเก็บเงินก้อนไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น 2. ระบุจำนวนเงินได้ (Measurable) ต้องระบุเป็นตัวเลขหรือตัวเงินได้อย่างชัดเจน เช่น อยากมีบ้านราคา 2 ล้านบาท จะเก็บเงิน 1 แสนบาท ไปเที่ยวญี่ปุ่น เป็นต้น 3. มีวิธีการทำได้จริง (Accountable) ต้องมีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ ภายใต้ปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ เช่น เก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท (10% ของเงินเดือน) เป็นเวลา 2 ปี เพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยเก็บจากส่วนหนึ่งของเงินเดือน 50,000 บาท 4. เป็นจริงได้ (Realistic) มีความเป็นไปได้ สมเหตุสมผล สอดคล้องกับสถานะทางการเงินและข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งในปัจจุบันและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยต้องไม่บีบบังคับจนเกินไปหรือทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตจนเกิดความทุกข์ เช่น อยากเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านบาท ภายใน 1 ปี จนต้องหารายได้เพิ่มด้วยการทำงานเพิ่มอีก 2-3 อย่าง จนเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ สุขภาพจึงทรุดโทรม เป็นต้น 5. มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน (Time Bound) ต้องระบุชัดเจนว่าใช้ระยะเวลานานแค่ไหนเพื่อบรรลุเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเลื่อนลอย จะได้ลงมือทำอย่างจริงจัง โดยปกติจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) ระยะกลาง (1-10 ปี) และระยะยาว (10 ปี ขึ้นไป) ตัวอย่าง เป้าหมายการเงินที่ดีตามหลัก SMART กรองแก้วทำงานได้เงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาท จะเก็บเงิน 1 แสนแรกภายใน 1 ปี เพื่อสร้างวินัย เรียนรู้การลงทุน และความภูมิใจทางการเงิน โดยจะลงทุนในกองทุนรวมเดือนละ 8,000 บาท S = สร้างวินัย เรียนรู้การลงทุน และความภูมิใจทางการเงิน M = 1 แสนบาท A = ลงทุนในกองทุนรวม R = เดือนละ 8,000 บาท (26.67% ของเงินเดือน) T = 12 เดือน เป้าหมายการเงินของกรองแก้วนับเป็นเป้าหมายการเงินที่ดีตามหลัก SMART กล่าวคือ ระบุชัดเจนว่าต้องการสร้างวินัยการเงินผ่านการลงทุน โดยยอดเงินตามเป้าหมายสามารถทำให้เป็นจริงได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดที่เป็นอยู่ ใช้เงินลงทุนเดือนละ 8,000 บาท คิดเป็น 26.67% ของเงินเดือน ซึ่งไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป จึงทำให้มีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้สูง เป้าหมายคือจุดเริ่มต้นสำคัญ หากเรามีเป้าหมายการเงินที่ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้องลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นได้ตามที่เราต้องการ เป้าหมายการเงินตามหลัก SMART

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  27 ตุลาคม 2565

จัดพอร์ตกองทุนตามวัย ปังได้ทุกช่วงอายุ

เคยสงสัยกันใช่มั้ยครับ ว่าอายุเท่านี้...ลงทุนอะไรดี ? จัดพอร์ตอย่างไรดี ให้พอร์ตเราเติบโตได้อย่างมั่นคงLUMPSUM จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกัน ว่าจะจัดพอร์ตตามวัยอย่างไรให้ปังได้ทุกช่วงอายุ วัยเริ่มต้นทำงาน ( 20 - 30 ปี ) วัยเริ่มต้นทำงาน ช่วงเริ่มต้นลงทุน สามารถลองผิดลองถูกได้อย่างเต็มที่ เป็นช่วงวัยที่ได้เปรียบในการออมและลงทุนมากที่สุด เพราะยังเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ยังไม่มีภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินมากนัก แถมยังมีเวลาให้ได้ลองถูกลองผิดได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้น จึงสามารถเรียนรู้และลงทุนส่วนใหญ่ในสินทรัพย์เสี่ยงสูงได้ วัยสร้างครอบครัว ( 30 - 40 ปี ) วัยสร้างครอบครัว ช่วงก่อร่างสร้างตัว เงินลงทุนเติบโต สะสมความมั่งคั่ง เป็นช่วงวัยที่ทำงานมาแล้วระยะหนึ่ง เริ่มมีความก้าวหน้าและมั่นคงในอาชีพการเงิน แต่ก็เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในเรื่องการเงิน จากภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพราะอยู่ในวัยที่กำลังก่อร่างสร้างตัว อาจจะต้องวางแผนแต่งงาน มีลูก ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นต้น เมื่อมีภาระรับผิดชอบที่มากขึ้น ระดับการยอมรับความเสี่ยงจึงลดลง ดังนั้น จึงควรปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และเพิ่มสัดส่วนการออมและการลงทุนในตราสารหนี้เพื่อกระจายความเสี่ยง วัยมั่นคง ( 40 - 55 ปี ) วัยมั่นคง ช่วงเริ่มใช้ชีวิตอย่างมั่นคง เตรียมพร้อมสู่อิสรภาพทางการเงิน เป็นช่วงที่ชีวิตมีหลักฐานมั่นคงที่สุด ฐานเงินเดือนสูงขึ้น แม้จะยังมีภาระทางการเงินอยู่ แต่ก็ผ่อนคลายลงไปมากแล้ว เช่น ผ่อนบ้านใกล้จะหมดแล้ว ลูก ๆ เริ่มเรียบจบกันบ้างแล้ว เป็นต้น หากบริหารจัดการและวางแผนการออมและลงทุนมาอย่างมีวินัยตั้งแต่ต้น ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ครอบครัวฐานะทางการเงินดี มีความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน แต่ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น เหลือเวลาหาเงินและลงทุนอีกไม่กี่ปี ช่วงวัยนี้จึงควรลดความเสี่ยงรวมของพอร์ตลงตามช่วงอายุ เน้นออมเงินและลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้เพิ่มขึ้น วัยเกษียณ ( 55 ปีขึ้นไป ) วัยเกษียณ ช่วงเกษียณอายุ มีความสุขกับการใช้ชีวิต เป็นช่วงวัยที่บางคนวางมือจากการทำงานแล้ว หรือบางคนก็เหลือเวลาทำงาน หารายได้อีกเพียงแค่ 5 ปี คนส่วนใหญ่ในช่วงวัยนี้จะอยู่ได้ด้วยเงินสะสมของตนเอง แม้ภาระหนี้สินต่าง ๆ จะหมดไปบ้าง หรือเหลือน้อยเต็มทีแล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาแทนที่ก็คือ "ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ" ดังนั้น ในวัยเกษียณจึงควรเน้นออมและลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำเป็นหลัก แต่ก็ใช่ว่าจะลงทุนในหุ้นไม่ได้ เพราะสำหรับคนที่สะสมความมั่งคั่งมาอย่างดีและมากพอ การแบ่งเงินลงทุนราว 5-10% ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างหุ้น เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น หากสูญเสียเงินก้อนนี้ก็ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ บทสรุป จัดพอร์ตกองทุนตามวัย ปังได้ทุกช่วงอายุ บทสรุป จัดพอร์ตกองทุนตามวัย ปังได้ทุกช่วงอายุ จากตารางจะเห็นชัดเจนว่าอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ระดับการยอมรับความเสี่ยงจะลดลง การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจึงแปรผกผันกับอายุ กล่าวคือ ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้แทน อย่างไรก็ตาม แม้ "ช่วงวัย" และ "อายุ" จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดสรรเงินลงทุน แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดพอร์ตของแต่ละคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานภาพทางการเงิน ความรู้ความสามารถในการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน ระยะเวลาในการลงทุน อาชีพ หน้าที่การงาน ไปจนถึงภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นต้น ดังนั้น ตารางการจัดพอร์ตกองทุนตามตารางข้างต้น เป็นเพียงกรอบตัวอย่างที่เราสามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับตัวเราเองได้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนตามสัดส่วนข้างต้นเพียงอย่างเดียว

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  14 ตุลาคม 2565

บันทึกรายรับ-รายจ่าย ทำเป็นเห็นทางรวย

ใครอยากรวย ? ชั้นน่ะซิ ชั้นน่ะซิ ใคร ๆ ก็อยากรวยกันเนอะ ถามต่อ ตอนนี้ทำอะไรให้ตนเองรวยรึยัง ? ทุกคนอยากรวย อยากมั่งคั่ง อยากมีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ แต่หลายคนยังหวังว่าจะรวย ด้วยฝันลม ๆ แล้ง ๆ เดี๋ยวชั้นจะถูกหวยรางวัลที่ 1 บ้างละ เดี๋ยวชั้นจะนู่นนี่นั่น วาดวิมานลอยฟ้าเต็มไปหมด โดยไม่ได้ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้ลงมือทำในสิ่งที่จะนำพาไปสู่ความรวยและความมั่งคั่ง ไหน ๆ บอกมาซิ ชั้นต้องทำไง ? พวกเธอก็ต้องทำงบการเงินส่วนบุคคล งบการเงินส่วนบุคคล ชั้นไม่ทำหรอก ยุ่งยาก วุ่นวาย อะไรก็ไม่รู้ ใจเย็นก่อนเธอ นั่งก่อน ๆ ดื่มน้ำหวานนี่เนอะ แล้วฟังนะ พวกเธออย่าเพิ่งไปคิดถึงพวกงบการเงิน หรืองานบัญชี ที่มันดูยุ่งยาก ซับซ้อน พวกเธอสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ แค่ทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย ทำแค่นี้อย่างสม่ำเสมอ พวกเธอก็รวยได้แล้วนะ เชื่อชั้นซิ เชื่อชั้นซิ (ทำนองมา) ใครที่ต้องการทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย ง่ายๆ เรามีตัวช่วยบันทึกแบบฟรีๆ แถมยังมีฟังก์ชันดีๆ มากมาย ต้องลองนี่เลย แอปฯ Lumpsum ดาวน์โหลด ได้ที่นี่เลยนะiosandroid การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น อ้าว!! แล้วจะจดไปทำไมละ เมื่อจดรายรับ-รายจ่าย พวกเธอก็จะได้รู้ว่ารายได้ที่เข้ามาแต่ละเดือน ถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน โดยที่พวกเธอยังทำงานเหมือนเดิม เท่าเดิม แล้วรายได้มันจะเพิ่มขึ้นมาได้ไงละ ถูกมั้ย ? ก็อย่างที่บอก สิ่งสำคัญของการจดคือ เธอจะรู้ว่าเงินแต่ละเดือนที่หมดไปนั้น จ่ายไปกับอะไร มีตัวอย่างของคนที่จด เขาคิดว่ากาแฟที่เขากินวันละแก้ว 50 - 60 บาท เล็กน้อย นิดหน่อยเอง แต่พอเขาจดเท่านั้นแหละ โอ้โห! ต่อเดือนเกือบ 2 พันบาท มากกว่าค่าไฟของเขาอีกพวกเธอ เขาก็เลยลองเปลี่ยน ซื้อกาแฟซองมาชงเอง ก็ประหยัดได้เป็นพัน กลายเป็นเงินเก็บ ตอนนี้หลายคน ใช้แอปฯ ชอปปิ้งออนไลน์ ทั้งของกินของใช้ นั่นก็อยากได้ นี่ก็อยากได้ ของมันต้องมีเต็มไปหมดเลย สิ้นเดือน สรุปยอดบัตรเครดิต คุณพระคุณเจ้า (เอามือทาบอก) หลายพันเลยพี่จ๋า ตอนซื้อ พวกเธอคิดว่ายอดนิดหน่อย เล็กน้อยใช่มั้ยละ ชั้นก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน (สารภาพจากใจ ชั้นสำนึกแล้ว) แต่ยอดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น รวมกันหลายยอดมันก็เยอะ หลายพันถึงหลักหมื่นได้ แต่พอเริ่มจดรายรับ-รายจ่าย มันก็ช่วยให้สำนึกได้ทัน ว่าควรพอ หรือเบาลงหน่อย แหะๆ อีกเคส เพื่อนผู้ชายที่มันอยากเลิกบุหรี่มานานแสนนาน ทำอย่างไรก็ไม่เคยเลิกได้สักที พอจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เท่านั้นแหละ เลิกได้เลยจ้า ก็ถามมัน เห้ย! ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ มันก็บอก พอจดรายรับ-รายจ่าย เห็นยอดเงินซื้อบุหรี่แล้วเสียดาย เลิกเลย ทีนี่เข้าใจ พอเห็นภาพรึยัง ว่าการทำงบการเงินส่วนบุคคล ด้วยการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นจุดเริ่มต้นด่านแรกที่พาชั้นและพวกเธอไปสู่หนทางแห่งความรวย ไม่ได้รวยเพราะเงินเพิ่ม แต่รวยเพราะมีเงินเก็บเพิ่ม เก็บเพิ่มจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะที่คิดว่าฟุ่มเฟือย และนำเงินเก็บนั้นไปลงทุนต่อ ซึ่งการลงทุนต่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้พวกเราเดินทางไปสู่ความรวยอย่างแท้จริง

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  03 ตุลาคม 2565

สร้างแผนการลงทุน พิชิตเป้าหมายระยะสั้น

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งกับเป้าหมายการเงินก็เช่นกันการจะบรรลุเป้าหมายการเงินควรเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายที่ดีเป้าหมายการเงินที่ดีเป็นอย่างไร?และถ้าอยากเริ่มต้นด้วยเป้าหมายการเงินระยะสั้นควรวางแผนการออมและการลงทุนอย่างไร? จึงจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้วันนี้ LUMPSUM จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกันครับ เป้าหมายการเงินระยะสั้น เป้าหมายการเงินระยะสั้น เป้าหมายการเงินระยะสั้น คือ เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการทำให้สำเร็จใน 1 ปี เช่น ต้องการเก็บเงิน 50,000 สำหรับการเที่ยวต่างประเทศในปีหน้า เป็นต้น สำหรับการวางแผนการเงิน ไม่ว่าจะเป็นแผนการเงินระยะสั้น กลาง หรือยาว การจะบรรลุเป้าหมายได้ตามที่หวัง เป้าหมายการเงินนั้นควรเป็น เป้าหมายการเงินที่ดีตามหลัก SMART คือ 1. มีความชัดเจน (Specific) 2. ระบุจำนวนเงินได้ (Measurable) 3. มีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ (Accountable) 4. เป็นจริงได้ (Realistic) 5. มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน (Time Bound) 3 แผนการลงทุน พิชิตเป้าหมายระยะสั้น 3 แผนการลงทุน พิชิตเป้าหมายระยะสั้น เงื่อนไขสำคัญในการวางแผนการลงทุนระยะสั้น คือ ต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (เงินต้นควรอยู่ครบ) และสภาพคล่องสูง (สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายและรวดเร็วในเวลาที่บรรลุเป้าหมายแล้ว) ซึ่งการลงทุน 3 รูปแบบ ตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าว 1. เงินฝากประจำ 2. เงินฝากดิจิทัล 3. กองทุนตลาดเงิน ตัวอย่างแผนการลงทุนระยะสั้น ตัวอย่างแผนการลงทุนระยะสั้น แม้เราจะสามารถเก็บเงิน 50,000 บาท สำหรับการเที่ยวต่างประเทศในปีหน้า ไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (1 ปี ตกเดือนละ 4,167 บาท) แต่ด้วยสามารถนำเงินออกมาใช้ได้ง่ายมาก จึงมีโอกาสที่จะทำไม่สำเร็จได้สูงมาก เพื่อเป็นการบังคับตัวเองทางอ้อมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สามารถนำไปออมหรือลงทุนในเงินฝากประจำ เงินฝากดิจิทัล และกองทุนรวมตลาดเงินแทนได้ครับ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง ตรวจสอบเป้าหมายการเงินตามหลัก SMART ตรวจสอบเป้าหมายการเงินตามหลัก SMART เงินออมหรือลงทุนสำหรับเป้าหมายระยะสั้นไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ (สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่เราสามารถออมหรือลงทุนได้ เช่น หากสามารถออมหรือลงทุนได้เพียง 10% ก็เปลี่ยนตัวเลขจาก 20 ในสมการเป็น 10 ได้เลยครับ) ทั้งนี้ เป้าหมายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว เป้าหมายการเงินที่ดีตามหลัก SMART 1. มีความชัดเจน (Specific) 2. ระบุจำนวนเงินได้ (Measurable) 3. มีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ (Accountable) 4. เป็นจริงได้ (Realistic) 5. มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน (Time Bound) เมื่อเราตั้งเป้าหมายการเงินแล้ว ควรนำมาตรวจสอบว่าตามหลัก SMART โดยเฉพาะข้อ 4 Realistic ว่าสามารถทำได้จริงเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ บทสรุป สร้างแผนการลงทุน พิชิตเป้าหมายระยะสั้น บทสรุป สร้างแผนการลงทุน พิชิตเป้าหมายระยะสั้น สนใจโฆษณาติดต่อ Tel : 081-773-6258 (จอย)Email : [email protected] อ้างอิง เป้าหมายการเงิน กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ (Money Market Fund) เลือกกองไหนดี

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  29 กันยายน 2565

ปั้นพอร์ตให้โตอย่างมั่นคงไปกับ Passive Fund

อยากรวย อยากมั่งมี อยากมั่งคั่ง แต่ก็อยากมั่นคงด้วย ต้องลงทุนอย่างไร? บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับเทคนิค ปั้นพอร์ตให้โตอย่างมั่นคงไปกับ Passive Fund ซึ่งก่อนหน้าเราได้เขียนเรื่อง การเสริมแกร่งพอร์ตด้วยกองทุนหุ้นเวียดนาม ไปแล้ว เพื่อนที่สนใจเทคนิคสามารถตามไปอ่านได้ที่นี่ "เสริมแกร่งพอร์ตด้วยกองทุนหุ้นเวียดนาม" Passive Fund เป็นกองทุนรวมที่เน้นสร้างผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงมีอีกชื่อเรียกว่า “Index Fund” อย่างไรก็ตาม Passive Fund มีโอกาสที่ผลตอบแทนอาจจะสูงหรือต่ำกว่า Benchmark ได้ เนื่องจากสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนอาจไม่ได้เหมือนกับดัชนีอ้างอิงแบบ 100% ส่วน Active Fund มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง (Benchmark) หรือต้องการเอาชนะตลาด ผู้จัดการกองทุนจะต้องใช้ความสามารถในการเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ต โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ในการเลือกหลักทรัพย์ 2 แบบได้แก่ 1. Top-down Analysis คือวิเคราะห์จากภาพรวมเศรษฐกิจ และลงไปในระดับอุตสาหกรรม ก่อนที่จะเลือกหุ้นแต่ละตัวจากปัจจัยพื้นฐาน 2. Bottom-up Analysis จะตรงกันข้ามจากวิธี Top-down คือเป็นการเลือกตัวหลักทรัพย์ก่อนที่จะพิจารณาปัจจัยด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ การลงทุนระยะยาวถูกพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากพอที่จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน เห็นได้จากงานวิจัยที่พบว่า “การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน” เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยสัดส่วนสูงถึง 91.5% (Index Fund ได้กระจายการลงทุนอย่างดีพอแล้ว) ขณะที่การคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน และการจับจังหวะตลาด ช่วงสร้างผลตอบแทนสูงเป็นครั้งคราวในระยะสั้น แต่ในระยะยาวไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ Warren Buffett ที่เสนอแนวคิดที่น่าสนใจไว้ว่า “ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่สามารถเอาชนะตลาดได้ในระยะยาว” และสิ่งที่เป็นศัตรูของนักลงทุนมากที่สุดก็คือ “ค่าใช้จ่าย” และ “อารมณ์”ด้วยกลยุทธ์ที่ต้องการให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด Passive Fund จึงมีค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงต่ำกว่า Active Fund เนื่องจากเป็นการลงทุนตามดัชนีอ้างอิง ช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นผิดตัวหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องเลือกลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามตลาด แทนที่จะลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด คำตอบก็คือในตลาดที่มีประสิทธิภาพ จะไม่มีใครสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดระยะยาวนั่นเองดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับ (Passive Fund) จึงเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เพราะนอกจากจะทนทานต่อภาวะวิกฤติแล้ว เวลาที่นานพอจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวน และช่วยสะสมความมั่งคั่ง แถมยังมีต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำอีกด้วย ขั้นตอนเลือก Passive Fund 1. เน้นกองทุนที่ได้ 3 ดาวขึ้นไป ตามการจัดอันดับของ Morningstar 2. ดู Tracking Error เน้นกองทุนที่ค่า Tracking Error ต่ำ เพราะ Passive Fund เป็นกองทุนที่เน้นให้ผลการดำเนินงานใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุด 3. ดูค่าธรรมเนียม (ปกติจะใกล้เคียงกัน) กองทุน Passive Fund ที่นำมายกตัวอย่าง ทั้งหมดเป็นกองทุนรวมหุ้นที่เน้นลงทุนให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงของตลาดหุ้นประเทศนั้น ๆ บทสรุป ของการปั้นพอร์ตให้โตกับ passive fund 1. การจัดสรรค์สินทรัพย์ลงทุน เป็นส่วนสำคัญต่อผลการลงทุนพอร์ต 2. Warren Buffett ระบุว่า ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่สามารถเอาชนะตลาดได้ในระยะยาว 3. การลงทุนระยะยาวจึงควรเน้นลงทุนใน passive fund

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  22 กันยายน 2565

ผลตอบแทนสูงพร้อมประหยัดภาษี กับกองทุน SSF e-class

อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีแล้ว มนุษย์เงินเดือนอย่างเราที่ต้องเสียภาษี มาวางแผนภาษีกันเถอะครับ วันนี้ LUMPSUM มีกองทุน SSF e-class ที่นอกจากจะช่วยสร้างวินัยการออมและการลงทุน ยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น กองทุน SSF e-class ฟรี! ค่าธรรมเนียม ทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนอย่างเต็มที่!!สามารถดูรายละเอียดกองทุน SSF e-class เพิ่มเติมได้ที่นี่ การลงทุนในกองทุนมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย การลงทุนในกองทุนมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) = (มูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด + ผลตอบแทนสะสม และเงินสด) – ค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมค่าธรรมเนียมนับเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมที่ถูกหักออกจาก NAV ตามสมการข้างต้น ฉะนั้น ค่าธรรมเนียมจึงเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกลงทุนในกองทุนรวม หากกองทุนไหนเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินไป ก็จะทำให้ NAV ของกองทุนปรับลดลง สุดท้ายแล้วผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทำความรู้จักกองทุน SSF e-class ทำความรู้จักกองทุน SSF e-class กองทุน SSF e-class เป็นกองทุนที่มีจุดเด่นตรงที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการซื้อ และค่าธรรมเนียมการขายคืน ค่าธรรมเนียมที่ไม่เรียกเก็บเหล่านี้ ทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเต็มที่ได้มากยิ่งขึ้น โดย SSF e-class มีกองทุนให้เลือกลงทุนครอบคลุมเกือบทุกประเภทสินทรัพย์มากกว่า 30 กองทุน และเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1 บาทเท่านั้น ตัวอย่าง กองทุน SCBS&P500-SSF กับ SCBS&P500 (SSFE) ทั้งคู่ต่างเป็นกองทุน SSF ต่างกันเพียงแค่ SCBS&P500-SSF เป็นกองทุน SSF ทั่วไป ส่วน SCBS&P500 (SSFE) เป็นกองทุน SSF e-class ที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ จึงมีค่าธรรมเนียมถูกกว่าถึง 1% กองทุน SSF ซื้อได้เลยไม่ต้องรอปลายปี กองทุน SSF ซื้อได้เลยไม่ต้องรอปลายปี คนส่วนใหญ่จะรอซื้อกองทุน SSF ช่วงปลายปี เชื่อว่าหลายคนไม่ได้รอซื้อปลายปีเพราะจับจังหวะตลาด แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานที่รัดตัว หรือไม่มีความรู้ ความชำนาญเรื่องการลงทุนมากพอ จึงเลือกที่จะลงทุนแค่ปีละครั้ง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยนะครับ เพราะการซื้อเพียงแค่ปีละครั้งตอนปลายปีเปรียบเสมือนการจับจังหวะตลาด ที่งานวิจัยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ไม่ใช่" ส่วนสำคัญที่ทำให้พอร์ตการลงทุนเติบโต แต่เป็น "การจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)" ต่างหาก ที่เป็นส่วนสำคัญมีผลต่อผลตอบแทนการลงทุนมากที่สุดกองทุน SSF e-class มีให้เลือกลงทุนครอบคลุมเกือบทุกประเภทสินทรัพย์มากกว่า 30 กองทุน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจัดพอร์ตกองทุน SSF เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากว่ากันตามเงื่อนไขลดหย่อนภาษี เราจะต้องถือกองทุน SSF ถึง 10 ปี ถึงจะขายออกมาได้ดังนั้น ควรทยอยซื้อกองทุน SSF ด้วยการใช้กลยุทธ์ DCA อาจจะแบ่งเป็นรายไตรมาสหรือรายเดือนก็ได้ เช่น มีแผนว่าจะซื้อกองทุน SSF ให้ครบ 200,000 บาท (ตามเงื่อนไขลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินปีละ 200,000 บาท) อาจจะแบ่งซื้อเดือนละ 16,000-17,000 บาท หรือแบ่งซื้อไตรมาสละ 50,000 บาท เป็นต้น (สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับยอดที่ตั้งเป้าจะซื้อ SSF เพื่อลดหย่อนภาษีในแต่ละปี) กองทุน SSF e-class ที่น่าลงทุน กองทุน SSF e-class ที่น่าลงทุน ตลาดหุ้นเวียดนาม ว่าที่เสือเศรษฐกิจตัวใหม่แห่งเอเชีย• SCBVIET (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นเวียดนาม (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)ลงทุนหุ้นเวียดนามที่มีศักยภาพเติบโตแบบ Active กลยุทธ์การลงทุนเป็นการจัดการพอร์ตแบบสมดุล จากการจัดสรรเงินลงทุนแบ่งเป็นสามส่วนในหุ้นรายตัว, ETF, Active Fund เพื่อหาผลตอบแทนในทุกสถานการณ์ในระยะยาว ตลาดหุ้นอเมริกา ผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก • SCBS&P500 (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นดัชนีที่มีมูลค่ามากที่สุดของสหรัฐ • SCBNDQ (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น ยูเอส เอ็นดีคิว (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียง ดัชนี NASDAQ ของสหรัฐฯ ที่อัดแน่นด้วยหุ้นเทคโนโลยี ที่พร้อมเติบโตแบบไม่หยุดยั้ง ตลาดหุ้นจีน ว่าที่ประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ของโลก • SCBASHARE (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)ลงทุนเชิงรุกในหุ้นจีน A-Shares ตอบรับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่ง และพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกสามารถดูรายละเอียดกองทุน SSF e-class เพิ่มเติมได้ที่นี่กองทุน SSF e-class สามารถซื้อขายผ่านแอป SCBAM Fund Click ที่เดียวเท่านั้น!SCBAM Fund Click เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจัดการกองทุนรวมของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่ครบครันตั้งแต่เช็คสถานะคำสั่งซื้อขาย ติดตามพอร์ตการลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจ ใช้งานง่าย สะดวกสบายได้ทุกที่ทุกเวลา คำเตือน

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  05 กันยายน 2565

เสริมแกร่งพอร์ตด้วยกองทุนหุ้นเวียดนาม

เสริมแกร่งพอร์ตด้วยกองทุนหุ้นเวียดนาม"เวียดนาม" ว่าที่เสือเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียนับเป็นโอกาสเสริมพอร์ตกองหุ้นให้แกร่งด้วยกองทุนหุ้นเวียนามไปดูกันครับว่าทำไมเวียดนามถึงน่าลงทุนและมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวังบ้าง ทำไมเวียดนามถึงน่าลงทุน ? ทำไมเวียดนามถึงน่าลงทุน ? ผลงานกองทุนหุ้นเวียดนาม ผลงานกองทุนหุ้นเวียดนาม ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง บทสรุป บทสรุป อ้างอิง : K-VIETNAM SCBVIET Explore All Countries Vietnam Vietnam Geography เหตุผลสำคัญที่ควรลงทุนในเวียดนาม รีวิวกองทุนเวียดนาม ครบจบในที่เดียว เรื่องน่ารู้ก่อนลงทุนในเวียดนาม

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  01 กันยายน 2565

TISCODS กองทุนหุ้นปันผลติดดาว

เจาะลึกกองทุนรวมหุ้นปันผลกับ TISCODS จาก บลจ.ทิสโก้นับเป็นกองทุนรวมหุ้นปันผลติดดาว ที่ผลงานโดดเด่นเหมาะกับคนที่ต้องการรายได้ประจำจากปันผลระหว่างทางที่ลงทุนไปด้วยLUMPSUM จะพาทุกคนไปเจาะลึกกับกองทุนนี้กันว่าจะน่าสนใจเข้าไปลงทุนมากน้อยแค่ไหน กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ (TISCODS) กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ (TISCODS) กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ (TISCODS) เป็นกองทุนรวมหุ้นที่ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว จาก Morningstar rating มีนโยบายการลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มการจ่ายปันผลที่ดี ในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย (ทั้งSET และ mai) สัดส่วนการลงทุนของ TISCODS สัดส่วนการลงทุนของ TISCODS จากตารางจะเห็นว่ากองทุน TISCODS เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็น Blue Chip ของตลาดหุ้นไทย ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปคำนวณในดัชนี SET50 ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการดำเนินงานในอดีต จากผลการดำเนินงานในอดีตจะเห็นภาพชัดเจนว่ากองทุน TISCODS สามารถเอาชนะ Benchmark มาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับว่าทำได้ตามกลยุทธ์การลงทุน ที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) สะท้อนถึงความสามารถของผู้จัดการกองทุน หมายเหตุ ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ความเสี่ยง ความเสี่ยงกองทุน TLMSEQ กองทุน TLMSEQ นับเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหุ้น (ตราสารทุน) เพียงอย่างเดียว ดังนั้น กองทุนนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นการได้รับผลตอบแทนด้วยจำนวนเงินที่แน่นอน หรือรักษาเงินต้นให้อยู่ครบ ข้อมูลอื่นๆ ข้อมูลอื่นๆ บทสรุป บทสรุป คำเตือน คำเตือน อ้างอิง : TISCODS Fund Fact Sheet สนใจโฆษณาติดต่อ : Tel : 081-773-6258 (จอย) Email : [email protected]

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  25 สิงหาคม 2565

รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ กับการลงทุนในหุ้นกู้ GULF

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULFยักษ์ใหญ่หุ้นโรงไฟฟ้าของไทยด้วยเป็นธุรกิจ Utilities ที่คนยังต้องกินต้องใช้ทำให้ปีที่ผ่านมา รายได้และกำไรของ GULF จึงยังสามารถเติบโตสวนวิกฤติ COVID-19 ได้GULF กำลังขยายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ 2 ชุดวันนี้ LUMPSUM จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกันว่าทำไมหุ้นกู้ดิจิทัล GULF ถึงน่าสนใจเข้าไปลงทุน ทำความรู้จักกับ "หุ้นกู้" ทำความรู้จักกับ "หุ้นกู้" หุ้นกู้เป็นตราสารหนี้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (นักลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออก (บริษัทเอกชน) มีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ "ดอกเบี้ย" อย่างสม่ำเสมอ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และจะได้รับ "เงินต้น" คืน เมื่อครบกำหนดอายุ ทำความรู้จักกับ "GULF" ทำความรู้จักกับ "GULF" GULF เป็น Holding Company ถือหุ้นในบริษัทที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน (Energy Business) ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค (Infrastructure & Utilities Business) และธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) จะเห็นว่า แต่ละกลุ่มธุรกิจล้วนมีศักยภาพในการเติบโต เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ทั้งในชีวิตประจำวัน และในการประกอบธุรกิจ ผลการดำเนินงานของ GULF ผลการดำเนินงานของ GULF ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติสร้างรายได้หลักให้กับ GULF ด้วยสัดส่วนเกือบ 80% ของรายได้ทั้งหมด ผลการดำเนินงานของ GULF รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปี 64 แตะ 5.28 หมื่นลบ. ส่วนกำไรก็เพิ่มขึ้นเช่นกันแตะ 7.67 พันล้านบาท สะท้อนผลประกอบที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนวิกฤติ COVID-19 เนื่องจากอยู่ในธุรกิจที่สินค้าและบริการอยู่ในกลุ่ม Utilities ที่คนจำเป็นต้องกินต้องใช้ ข้อมูลหุ้นกู้ GULF ข้อมูลหุ้นกู้ GULF หุ้นกู้ GULF ที่จะเสนอขายประชาชนทั่วไป แบ่งเป็น อายุ 4 ปี และอายุ 7 ปี โดยหุ้นกู้อายุ 4 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.50% ต่อปี ส่วนหุ้นกู้อายุ 7 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ หุ้นกู้แบ่งเป็น “หุ้นกู้ดิจิทัล” กับ “หุ้นกู้ทั่วไป” โดย “หุ้นกู้ดิจิทัล” จะเสนอขายผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ส่วน “หุ้นกู้ทั่วไป” เสนอขายผ่านสถาบันการเงิน 9 แห่ง ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ จัดโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ระดับ “A-” นับเป็น Investment grade ส่วนอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรอยู่ที่ “A” แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนความน่าเชื่อถือของ GULF ในระดับสูง ทั้งด้านความมั่นคงของธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ร่างหนังสือชี้ชวนหุ้นกู้ GULF คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ช่องทางจองซื้อหุ้นกู้ GULF ช่องทางจองซื้อหุ้นกู้ GULF "หุ้นกู้ดิจิทัล" อายุ 4 ปี และอายุ 7 ปี จะเสนอขายผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ของธนาคารกรุงไทย จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผู้ลงทุนสามารถลงทะเบียนวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ "เป๋าตัง" ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถศึกษาขั้นตอนการลงทะเบียน แอปฯ เป๋าตัง และวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ได้ ที่นี่ หรือ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111 หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา "หุ้นกู้ทั่วไป" อายุ 4 ปี และอายุ 7 ปี จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 9 แห่ง ดังนี้ 1. ธนาคารกรุงเทพ2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา3. ธนาคารกสิกรไทย (รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย)4. ธนาคารไทยพาณิชย์ (รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์)5. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย6. ธนาคารทหารไทยธนชาต7. ธนาคารยูโอบี จำกัด8. บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (รวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของ บล. เกียรตินาคินภัทร)9. บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ คำเตือน อ้างอิง : เปิดอาณาจักร "SABUY" ทำธุรกิจอะไรบ้าง GULF สนใจโฆษณาติดต่อ :Tel: 081-773-6258 (จอย)Email: [email protected]

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  16 สิงหาคม 2565

วิธีสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม

"เงินต่อเงิน" ให้เงินทำงานในกองทุนรวมนอกจากมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคาแล้วการลงทุนในกองทุนรวม บางกองทุนยังจ่ายปันผลอีกด้วย"ปันผล" เป็นรายได้ทางอ้อม หรือ "Passive Income"วันนี้ LUMPSUM จะพาทุกคนไปดูวิธีสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม ด้วย 4 ขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นวินัยการออมและการลงทุนจะได้มั่นคงและมั่งคั่งทางการเงินไปด้วยกันนะครับ ทำความรู้จักกับ Active Income VS Passive Income ทำความรู้จักกับ Active Income VS Passive Income Active Income มาจากการที่เราทำงานเพื่อให้เกิดรายได้ เช่น พนักกงานออฟฟิศมีรายได้เป็นเงินเดือน ค่าคอมมอมชั่น ฟรีแลนซ์ได้ค่าจ้าง เป็นต้น หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็คือ การทำงานเพื่อแลกเงินนั่นเอง ส่วน Passive Income เป็นรายได้ที่เกิดจากการสินทรัพย์ทำงานแทนเรา เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอให้กับเรา โดยปกติสามารถสร้าง Passive Income ได้ด้วย 2 วิธีการหลัก คือ การลงทุนทางตรง เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยให้เช่า ทำให้มีรายได้จากค่าเช่าเข้ามาทุกเดือน เป็นต้น กับการลงทุนทางอ้อมผ่านตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หุ้นกู้เอกชน ที่เราจะได้รับกระแสเงินสดในรูปของดอกเบี้ย และการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม ที่จะได้รับกระแสเงินสดในรูปของเงินปันผล เป็นต้น • Active Income เราต้องทำงานเพื่อให้มีรายได้ ส่วน Passive Income ใช้สินทรัพย์ทำงานแทนเรา• Active Income มีเวลาจำกัด กล่าวคือ เราจะมีรายได้ตราบเท่าที่เรายังทำงานได้เท่านั้น แต่ Passive Income แม้เราจะทำงานไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังมีรายได้อยู่ และยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้อีกด้วย• Active Income คือการทำงานที่เราจะได้รับผลตอบแทนเกือบจะทันที เช่น เงินเดือน หรือค่าจ้าง เป็นต้น ส่วน Passive Income ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้เกิดรายได้ (ช่วงเริ่มต้นลงทุน) แน่นอนว่าทุกคนมี Active Income ต้องทำงานเพื่อเงิน แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเรามีรายได้อีกทางจาก Passive Income ที่ใช้เงินทำงานแทนเรา รูปแบบผลตอบแทนจาก Passive Income รูปแบบผลตอบแทนจาก Passive Income รายได้จากการลงทุนที่เป็น Passive Income มีอยู่ 3 รูปแบบ คือ 1. ดอกเบี้ย ได้จากการฝากเงิน หรือลงทุนในตราสารหนี้ (พันธบัตรกับหุ้นกู้เอกชน) 2. ปันผล ได้จากการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม 3. ค่าเช่า ได้จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยให้เช่า เช่น สร้างอพาร์ตเม้นท์ให้เช่า ซื้อคอนโดมิเนียมแล้วให้เช่า เป็นต้น ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนในกองทุนรวมจะได้ผลตอบแทนทางตรง คือ ส่วนต่างราคาที่เกิดจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย (ราคา nav ที่เปลี่ยนไป) กับปันผลที่มาจากส่วนแบ่งกำไรของกองทุน และผลตอบแทนทางอ้อมคือ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่เราจะได้ประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ได้จากการลดหย่อนภาษี (ตามเงื่อนไข) ได้แก่ กองทุนรวม SSF กับ RMF การสร้าง Passive Income จากการลงทุนในกองทุนรวม คือ เงินที่ได้รับจากปันผล ดังนั้น หากต้องการ Passive Income เราจึงต้องเน้นลงทุนในกองทุนรวมที่จ่ายปันผล ความต่างของกองทุนปันผล กับ กองทุน Auto Redemption ความต่างของกองทุนปันผล กับ กองทุน Auto Redemption กองทุน Auto Redemption เป็นกองทุนที่มีการจ่ายเงินคืนให้ผู้ลงทุนเป็นงวด ๆ เพียงแต่เงินที่ผู้ลงทุนได้รับ "ไม่ใช่เงินปันผล" แต่เป็นเงินที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กองทุนนั้นกำหนดไว้ ซึ่งเงินก้อนนี้ผู้ถือหน่วยที่เป็นบุคคลธรรมดาจะไม่ถูกหักภาษีเหมือนกับเงินปันผล ทำให้ได้รับเงินจากการขายคืนแบบอัตโนมัตินี้เต็มจำนวน หมายความว่า หลังจากจ่ายเงินคืน จำนวนหน่วยลงทุนของผู้ลงทุนจะลดลง ขณะที่ NAV ยังคงที่ 4 ขั้นตอน การสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม 4 ขั้นตอน การสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม 1. กำหนดเป้าหมายรายได้ที่เป็น Passive Income รายได้ที่เป็น Passive income จากกองทุนรวมก็คือ "ปันผล" นั่นคือ เราควรมีเป้าหมายว่าต้องการปันผลปีละ หรือเดือนละเท่าไหร่ เพื่อนำไปสู่การคำนวณเบื้องต้นว่าจะต้องปั้นพอร์ตให้ใหญ่แค่ไหน (บนผลตอบแทนที่ต้องการ) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เช่น ต้องการปันผลปีละ 60,000 บาท หรือเดือนละ 5,000 และคิดว่าจะได้อัตราผลตอบแทน 8% ต่อปี จากการลงทุนในกองทุนรวมปันผล ดังนั้น เราจะต้องปั้นพอร์ตกองทุนรวมให้ได้อย่างน้อย 750,000 บาท จึงจะได้รับเงินปันผลตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ 2. วางแผนออมและลงทุน เพื่อปั้นพอร์ตการลงทุนจนสามารถสร้างเงินปันผลให้เราได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ต้องการเงินต้น (พอร์ตรวม) จำนวน 750,000 บาท วางแผนการออมและลงทุนให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 4,100บาท 3. จัดพอร์ตการลงทุน จัดพอร์ตการลงทุนโดยอิงกับระดับการยอมรับความเสี่ยงของเราได้อย่างเหมาะสม โดยเน้นไปที่กองทุนรวมหุ้นปันผล หรือกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) แบบมีเงินปันผล ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม 4. ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ (DCA) ลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์แบบ DCA และควรเพิ่มจำนวนเงินลงทุนให้มากขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่น ในทุกปีกำหนดให้เพิ่มเงินลงทุนอย่างน้อย 10% ต่อเดือน หรือกำหนดให้เพิ่มเป็นจำนวนเงิน 500, 1,000 หรือ 2,000 บาทต่อเดือน (ตามกำลัง) เงินต้นที่เพิ่มขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบ ช่วยทำให้เป้าหมายทางการเงินของเราประสบความสำเร็จได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่าง การสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม ตัวอย่าง การสร้าง Passive Income จากกองทุนรวม กรองแก้วอายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบและเริ่มต้นทำงาน ได้เงินเดือน ๆ ละ 20,000 บาท ตั้งเป้ามี Passive Income เดือนละ 5,000 บาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า ฉะนั้น จะต้องสะสมเงินตั้งต้นในกองทุนรวมหุ้นปันผลให้ได้ 750,000 บาท กรองแก้วจึงต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (DCA) เดือนละ 4,100 บาท (ราว 20% ของเงินเดือน) เป็นเวลา 10 ปี ที่ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 8% จึงสามารถบรรลุเป้าหมายพอร์ตกองทุน 750,000 บาท และเก็บกินปันผลได้เดือนละ 5,000 บาท ได้ตามเป้าหมาย และหากกรองแก้วต่อยอดการลงทุนให้มากขึ้น ก็จะยิ่งมีโอกาสเก็บกินปันผล สร้าง Passive Income ได้มากยิ่งขึ้น บทสรุป บทสรุป บทความที่เกี่ยวข้อง กองทุนรวม เพียงลงทุนเดือนละพัน แค่เริ่มก็รวยได้ 5 ขั้นตอน ปั้นเงินล้านในกองทุนรวม อ้างอิง มั่งคั่งง่าย ๆ ด้วย Passive Income จากกองทุนรวม กองทุน Auto Redemption เงินได้ตามกำหนด ภาษีไม่ต้องจ่าย ความแตกต่าง Passive Income และ Active Income ต่างกันแค่ไหน แล้วคุณจะเลือกอะไร? สนใจโฆษณาติดต่อ :Tel : 081-773-6258 (จอย)Email : [email protected]

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  05 สิงหาคม 2565

หุ้นกู้ดิจิทัล SCGP โอกาสลงทุนในธุรกิจแสนล้าน

บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGPบริษัทลูกของปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่เป็นเรือธงในธุรกิจแพคเกจจิ้ง2 ปีที่ผ่านมา SCGP ทำรายได้และกำไรเติบโตสวนวิกฤติ COVID-19จนปีก่อนมีรายได้ทะลุแสนล้านไปแล้วSCGP กำลังขยายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ดิจิทัล อายุ 2 ปี 10 เดือน ดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี วันนี้ LUMPSUM จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกันว่า ทำไมหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP ถึงน่าสนใจลงทุน ทำความรู้จักหุ้นกู้ รู้จักหุ้นกู้ หุ้นกู้เป็นตราสารหนี้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (นักลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออก (บริษัทเอกชน) มีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “ดอกเบี้ย” อย่างสม่ำเสมอ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และจะได้รับ “เงินต้น” คืน เมื่อครบกำหนดอายุ ทำความรู้จัก SCGP ทำความรู้จัก SCGP SCGP เป็นบริษัทลูกของปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เรือธงธุรกิจแพคเกจจิ้ง ให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging Chain) และสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) มีรายได้มาจากการดำเนินธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ โดยรายได้หลักมาจากการทำธุรกิจในไทยราว 41% ของรายได้ทั้งหมด รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย 20% และเวียดนาม 15% ผลการดำเนินงานของ SCGP รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 ปีล่าสุด (ปี 63-64) ที่แม้จะเผชิญวิกฤติ COVID-19 แต่รายได้และกำไรก็ยังโตสวนวิกฤติได้ โดยปี 64 รายได้ทะลุแสนล้านไปแล้ว สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ ข้อมูลหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP ข้อมูลหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP SCGP เสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 2 ปี 10 เดือน อัตราผลตอบแทน 2.80% ต่อปี มูลค่าไม่เกิน 5,000 ล้านบาท กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หุ้นกู้ดิจิทัลของ SCGP ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A+ (tha) จาก ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2565 (Investment grade) สะท้อนความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ SCGP เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ดิจิทัลของ SCGP ได้อย่างสะดวกและทั่วถึง ผ่านช่องทางออนไลน์ บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ของการระดมทุนเพื่อชำระคืนเงินกู้ และเพื่อใช้ในการลงทุนของบริษัท และ/หรือ เพื่อขยายธุรกิจ และ/หรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป โดยบริษัทหวังว่าจะช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อบรรลุเป้าหมายธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ร่างหนังสือชี้ชวนหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP การจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP สำหรับผู้ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัล SCGP สามารถลงทะเบียนวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทำแบบประเมินความเสี่ยงผู้ลงทุน และเติมเงินหรือเลือกผูกบัญชีกับธนาคารกรุงไทยให้พร้อมก่อนการวันเปิดจองซื้อหุ้นกู้ เพื่อให้ไม่พลาดโอกาสในการลงทุน คาดว่าจะเปิดจองซื้อพร้อมกันในวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. จนกว่าจะมีผู้จองซื้อหุ้นกู้เต็มตามจำนวนที่เสนอขาย 5,000 ล้านบาท หรือไม่เกินวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เวลา 15.00 น. จำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25 ล้านบาทต่อราย หุ้นกู้จะถูกจัดสรรให้กับผู้ที่จองซื้อและชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปฯ ได้สำเร็จตามลำดับการจอง หรือ “จองก่อน จ่ายก่อน ได้ก่อน” นะครับ วิธีติดตั้ง และลงทะเบียน แอปฯ เป๋าตัง วิธีการสมัครใช้ วอลเล็ต“ซื้อขายหุ้นกู้” บนแอปฯ “เป๋าตัง” วิธีเติมเงิน ผูกบัญชี และโอนเงินออกจากวอลเล็ต

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  26 กรกฎาคม 2565

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม